วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

พระราชดำรัส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าที่1


ประเทศไทย ในรัสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลง พระองค์ได้ทรงนำประเทศไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤตกาล จากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ด้วยพระปรีชาสามารถอันสูงยิ่ง หาผู้เสมอเหมือนมิได้ และยังทรงนำประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทันสมัย ทัดเทียมนานาอารยประเทศนานัปการ เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศในทุกด้านตราบถึงปัจจุบัน
พระราชดำรัสของพระองค์ในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ย่อมมีสุภาษิตอันเป็นแก่นสาร มีเรื่องราวที่น่ารู้อยู่เป็นอันมาก นอกจากนี้ยังเป็นหนังสืออันสมควรแก่ผู้ศึกษาการแต่งหนังสือไทย เมื่อทรงบรรยายเรื่องราวใดๆ ว่าด้วยกระบวนปฎิภาณโวหาร จะหาผู้เสมอเหมือนได้โดยยาก พระราชนิพนธ์ของพระองค์ย่อมจูงใจผู้อ่าน อ่านไม่รู้จักเบื่อ เป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วกัน
ในที่นี้จะนำเสนอพระราชดำรัสของพระองค์ โดยการตัดตอนมาในแต่ละเรื่อง เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความทันสมัย ตามแบบอย่างนานาอารยประเทศมากยิ่งกว่าสมัยใด ในประวัติศาสตร์ชาติไทย


พระราชดำรัสพระราชทานพระบรมราโชวาท
ในการที่องคมนตรีรับพระราชทานน้ำพระพิพัฒน์สัตยาพ.ศ. 2417


เพื่อจะให้เข้าใจชัดทั่วกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ในการสุจริตอย่างเดียว จะให้การทั้งปวงซึ่งเป็นการเจริญแก่บ้านเมืองสำเร็จไป เพราะฉะนั้น จึงได้ลดหย่อนพระอิศริยยศลง มิได้ถือพระองค์ ยอมให้ท่านทั้งหลายทูลทัดทานขัดขวางในการซึ่งทรงพระราชดำริซึ่งยังไม่ต้องด้วยยุติธรรม แลให้กราบทูลการที่ตัวได้คิดเห็นว่าเป็นคุณตามความคิดเห็นของตน เพื่อจะให้เป็นคุณเป็นประโยชน์แก่ราษฎรไปภายหน้า
.....เพราะฉะนั้น ควรที่ปรีวีเคาน์ซิลเลอร์ จะต้องถวายสัตยานุสัตย์ด้วยอาศัยเหตุ 3 ประการ
ประการหนึ่ง ตัวผู้ซึ่งได้รับเป็นปรีวีเคาน์ซิลเลอร์ ต้องถือกฎหมายสำหรับเคาน์ซิล ถ้าจะคิดจะพูดการฤาจะกราบทูลพระกรุณา ด้วยได้ทราบการสิ่งใดมาโดยสุจริต ข้าราชการแลราษฎร ก็จะมีความหวาดหวั่นว่า ผู้นั้นจะกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน หาถ้อยความใส่ผู้อื่น .....
อีกประการหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเคาน์ซิลเลอร์จะพูดการคิดการสิ่งไรมา ก็จะต้องทรงพระราชดำริเทียบเคียงข้างหน้าข้างหลังมากว่า การที่พูดมานั้นเป็นการจริง ......
อีกประการหนึ่ง ตัวเคาน์ซิลเลอร์จะประพฤติตัวดี ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ เมื่อคิดเห็นการอย่างไร ฤาได้ทราบการอย่างไรก็จะพูดจะคิดไปตามไปตามที่เห็นว่าดีมีคุณ ..... เพราะเหตุฉะนี้ถ้าเคาน์ซิลเลอร์ได้สาบานมีคุณสามประการคือ ข้าราชการราษฎรเป็นที่วางใจประการหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินเป็นที่วางพระราชหฤทัยประการหนึ่ง ตัวเองเป็นที่ไว้ใจแก่ตัวเองประการหนึ่ง ถ้าไม่สาบานมีโทษสามประการ ดังเช่นที่ว่ามาแล้วนั้น
.....เพราะเหตุซึ่งปรีวีเคาน์ซิลนี้เป็นสำคัญ ถ้ารับแล้วต้องเป็นตลอดไปจนสิ้นแผ่นดินไม่มีเวลาออกเหมือนเคาน์ซิลออฟสเตด ถ้าจะต้องมีเหตุเป็นโทษเพราะผิดข้อคำสาบาน ก็จะต้องถือว่าผู้นั้นไม่เป็นมนุษย์เลยทีเดียว.....


พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2417


.....ข้าพเจ้าได้เห็นท่านทั้งหลายในเวลานี้ ก็เป็นที่ชื่นชมมาก เพราะไว้ใจว่า ท่านทั้งหลายจะช่วยคิดราชการ ทำนุบำรุงในตัวข้าพเจ้า แลทำนุบำรุงแผ่นดิน ให้มีความเจริญด้วยเต็มสติปัญญาความคิดเต็มอำนาจ ให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขได้ แลจะได้รักษาการซึ่งได้เปลี่ยนแปลงแลได้ตั้งขึ้นไว้ คือการที่เลิกธรรมเนียมการหมอบคลาน เปลี่ยนเป็นธรรมเนียมยืนเดิน แลตั้งเคาน์ซิลออฟสเตด แลปรีวีเคาน์ซิลสำหรับช่วยคิดราชการทำนุบำรุงแผ่นดินนี้ คงจะไม่เลิกถอนเสื่อมทรามไป
.....การที่จะจัดศาลชำระความให้แล้วได้โดยเร็ว และให้ถูกต้องตามยุติธรรม และจะแก้กฎหมายเก่าบ้างเพิ่มเติมใหม่บ้าง ทีละเรื่องๆ ไปกว่าจะแล้วสิ้น การนี้ก็เป็นการใหญ่
อนึ่ง การซึ่งจะลดเกษียณอายุลูกทาษ แลการซึ่งจะห้ามไม่ให้ขายตัวคนต่อไปข้างหน้า ซึ่งได้ปรึกษากันอยู่นั้น ก็จวนจะสำเร็จไปได้ แลการอื่นอีกคือ การซึ่งจะเลิกบ่อนเบี้ย แลการตัวเลกซึ่งจะผ่อนผันให้เสมอกันนั้น การเหล่านี้ก็เป็นการสำคัญ ซึ่งจะจัดให้สำเร็จโดยเร็วนั้นไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าก็ยังไว้ใจอยู่ว่า การที่ได้ปรึกษากันเหล่านี้ คงจะไม่สูญเสียเปล่า จะได้สำเร็จตามเวลาซึ่งควรจะสำเร็จไปได้เป็นลำดับไป .....
.....แลไว้ใจว่าคอเวอนแมนต์ต่างประเทศ คงจะมีความยินดีด้วยเมืองสยามนี้ ซึ่งเป็นเมืองจะตั้งตัวใหม่ ให้ได้จัดการทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เต็มตามกำลังแลอำนาจ .....


พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2419


แลยังจะต้องขอบใจท่านทั้งหลายซึ่งได้ช่วยเป็นผู้จัดแลเป็นผู้ทำในราชการแผ่นดิน ซึ่งมีมาแล้วแต่ก่อนหน้า คือ เมื่อปีกลายนี้ มีฮ่อข้าศึกยกมากระทำย่ำยีราชอาณาเขต ตั้งอยู่ในแดน เมืองหนองคาย และ เมืองพวน ซึ่งใกล้เคียงกับเมืองหลวงพระบาง..... จึงปรึกษาพร้อมด้วยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แลพระบรมวงศ์กับท่านเสนาบดี จัดกองทัพยกขึ้นไปสองทาง ..... ก็แลกองทัพฮ่อซึ่งเล่าลือว่าเป้นการใหญ่โตนั้น ก็ได้ความว่าคนพวกนี้เป็นขบถในเมืองจีน ..... การทัพศึกในเมืองเราก็ว่างเว้นมานาน มามีเหตุเกิดขึ้นก็เป็นที่ลำบากอยู่ ..... แต่การครั้งนี้แม่ทัพนายกองฝ่ายเหนือ ปรึกษาเห็นพร้อมกันว่า คนในเมืองพวนซึ่งเข้าเป็นกำลังของพวกฮ่อทำย่ำยีบ้านเมืองนั้น ถ้าจะทิ้งไว้ ฮ่อพวกนี้ก็เป็นคนดุร้าย กองทัพฝ่ายเราตีแตกไปก็ยังไม่ยับเยิน..... จึงได้กวาดต้อนลงมาเฉพาะคนที่เป็นพวกอุดหนุนเป็นกำลังฮ่อข้าศึก เพราะเพื่อจะมิให้เป็นกำลังแก่พวกฮ่อต่อไป..... การเมืองพวนนั้น ก็ได้มีตราบังคับขึ้นไปถึงพระยามหาอำมาตย์ แลพระสุริยภักดี ให้จัดการพาท้าวขันตีผู้บุตรใหญ่ของท้าวอึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเชียงขวางคนเก่า ขึ้นไปรวบรวมไพร่พลตั้งเป็นบ้านเมืองต่อไป .....
อนึ่ง การในเมืองเชียงใหม่นั้น กรุงสยามได้ทำหนังสือสัญญากับประเทศอินเดีย อังกฤษ ในจุลศักราช 1235 ปีระกา เบญจศก เพื่อจะจัดการในเมืองเชียงใหม่ แลการค้าขายของคนต่างประเทศ ให้เป็นปกติเรียบร้อย..... เจ้านายแสนท้าวพระยาลาวในเมืองเชียงใหม่ ก็มีความยินดีรักใคร่ต่อกรุงสยาม แลตัวพระยาเทพประชุนยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ควรจะเป็นแบบอย่างแก่ข้าราชการ ซึ่งทำการอาสาแผ่นดินสืบไป .....
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2420
.........
ในเมื่อก่อนหน้าเฉลิมพระชนม์พรรษาครั้งก่อน กรุงสยามได้มีความร้อนใจที่จะสำแดงทางพระราชไมตรี แก่คอเวอนแมนต์ผรั่งเศส เพราะกลัวจะเป็นเหตุให้มัวหมองขึ้น ด้วยเจ้าเขมรซึ่งมาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ นี้ช้านานมาแล้วหลบหนีไป ก็คิดกลัวจะออกไปทำจลาจลในแผ่นดินกัมพูชา ..... จัดให้พระยาเจริญราชไมตรี ซึ่งเป็นเคาน์ซิลเลอร์ออฟสเตด แลปรีวีเคาน์ซิล ออกไปตั้งอยู่เมืองนครเสียมราฐ ได้บังคับบัญชาป้องกันมิให้หัวเมืองเหล่านั้นเข้าด้วยเจ้าเขมรในการจลาจล.....
อนึ่ง เมื่อปลายปีชวด อัฐศก นั้น คอเวอนแมนต์ อินเดีย ได้ส่งข่าวมาเชิญข้าพเจ้าให้ไปประชุมในงานมงคล ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้ากวินวิคตอเรีย จะรับพระปรมาภิไธย เป็นเอมเปรสออฟอินเดีย ข้าพเจ้ามีราชการมากไม่สามารถจะไปได้ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านก็ได้รับเป็นอัครราชทูตพิเศษ ไปเจริญทางพระราชไมตรี ณ ประเทศอินเดีย.....
อนึ่ง เหตุการณ์ซึ่งมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ ที่เมืองภูเก็ต และเมืองระนอง เจ้าหมื่นเสมอใจราชข้าหลวง ซึ่งออกไปตั้งอยู่ ณ เมืองภูเก็ต ได้รักษาการโดยแข็งแรง ไม่เสื่อมเสียเกียรติยศ แล้วได้ส่งข่าวไปถึงเจ้าพระยาไทรบุรี แล หัวเมืองตะวันตกทั้งปวง เจ้าพระยาไทรบุรีทราบ ก็รีบร้อนเป็นใจด้วยราชการ จัดพวกไพร่พลพร้อมเครื่องศัตราวุธ ไปช่วยรักษาเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยหัวเมืองต่าง ๆ การที่เมืองระนองนั้น พระยาระนองก็ได้คิดจัดการระงับ แลมีหัวเมืองที่ใกล้เคียงไปช่วย การจึงสงบลงไม่วิวาทลุกลามต่อไป .....
อนึ่ง การเรื่องเมืองพวนนั้น ท่านเสนาบดีได้ปรึกษาพร้อมกันส่งท้าวขันที ซึ่งเป็นบุตรท้าวอึ่ง เจ้าเมือนพวนคนเก่า ขึ้นไปครอบครองบ้านเมืองตามวงศ์ตระกูล .....
อนึ่ง ข้าพเจ้ามีความเสียใจด้วยในปีนี้ฝนน้อย ข้าวขึ้นราคาสูง กลัวราษฎรทั้งปวงซึ่งเป็นคนจนจะต้องซื้อข้าวแพง จะเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมขึ้นท่านเสนาบดีจึงได้ปรึกษาขอให้ปิดข้าว อย่าเพิ่งให้ลูกค้าบรรทุกไปจำหน่ายต่างประเทศก่อน..... แลเมื่อปีกลายนี้ ได้ให้ขุดคลองตั้งแต่ศาลากลางคลองแสนแสบ ถึงปลายคลองท่าไข่ แขวงเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นทุ่งว่างไม่มีไร่นา..... ได้ยอมให้ราษฎรจับจองที่นาในที่ใหม่ซึ่งคลองขุดเข้าไปแล้วนั้น .....เป็นมาจองแล้ว 18,800 ไร่เศษ ..... กำลังแจกใบจองอยู่เป็นเนื้อนาได้ถึง 30,000 ไร่ .....
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2421


ก็ในราชการทั้งปวง ตั้งแต่เฉลิมพระชนม์พรรษาครั้งก่อน ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวขึ้นในที่ประชุมมาจนถึงบัดนี้ การทั้งปวงก็ยังเป็นไปโดยเรียบร้อย .....
คือการในเมืองภูเก็ต ซึ่งเกิดขึ้นคราวก่อน เรียบร้อยเป็นปกติดีแล้ว ภายหลังก็มีเหตุบ้างเล็กน้อย เพราะข้าวขึ้นราคาดีบุกลงราคา เราก็ได้ยอมลดหย่อนพิกัดดีบุกให้พอสมควร แต่เห็นว่าในเมืองตะวันตก พวกจีนเข้าไปตั้งทำเหมืองแร่ดีบุก เป็นพวกเป็นเหล่ากัน มักจะมีเหตุอันตรายเกิดขึ้น ด้วยวิวาทกันแลกันบ่อย ๆ .....เห็นว่าจะต้องมีข้าหลวงใหญ่สำหรับบังคับบัญชาหัวเมืองฝ่ายตะวันตกทั้งมวล เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นจะได้ระงับได้ทันท่วงที จึงเห็นว่ามีเมืองตรัง ..... ควรจะตั้งเป็นเมืองสำหรับข้าหลวงอยู่รักษา .....
อนึ่ง การจลาจลในเมืองเขมร ซึ่งคอเวอนแมนต์ของเราได้มีความร้อนใจ เพื่อจะรักษาทางพระราชไมตรีกรุงฝรั่งเศษนั้น เป็นการสำคัญ แต่บัดนี้ก็เห็นว่า นักองค์วัดถา อ่อนกำลังลงแล้ว ท่านแอดมิราล เมืองไซ่ง่อน แลผู้ครองเมืองเขมรคงจะจัดการปราบปรามให้เรียบร้อยไปได้..... แต่การในเมืองพระตะบอง เมืองนครเสียมราฐนั้น เห็นว่าพระยาคทาธรธรนินทร์ และพระยานุภาพไตรภพ ผู้ว่าราชการเมือง ก็เข้าใจราชการพอรักษาเมืองไม่ให้มีเหตุ เป็นที่วางใจได้
อนึ่ง เมื่อปีกลายนี้ ในพระราชอาณาเขตของเราต้องปิดข้าว เพราะฝนไม่บริบูรณ์ตามฤดู ราคาข้าวขึ้นไปกว่าปกติ แต่ในปีนี้ฝนที่กรุงเทพฯ แลต่อกรุงเก่า ก็ดูบริบูรณ์ดี.....
อนึ่ง เรื่องชำระความศาลต่าง ๆ ซึ่งได้จัดชำระเพื่อจะให้ความเบาบาง ตามซึ่งได้คิดจัดไว้แต่ปีกลายนี้นั้น ได้รับรายงานเสมอทุกเดือน.....
อนึ่ง ตำแหน่งที่สมุหนายกอัครมหาเสนาบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งใหญ่สำคัญว่างลงในปีนี้ เห็นว่าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ สมควรจะทรงรับตำแหน่งนี้ได้ จึงได้มอบราชการในกรมมหาดไทย แลหัวเมืองขึ้นทั้งปวงถวายท่านทรงบังคับ.....
อนึ่ง เห็นว่าเมืองฉะเชิงเทรา เป็นเมืองตั้งอยู่ใกล้ปากน้ำบางประกง ต่อขึ้นไปตามลำน้ำนั้นเป็นเมืองปราจีนบุรี เมืองนครนายก ในพื้นที่เมืองเหล่านั้นเป็นท้องทุ่งที่ทำไร่นาได้มาก .....จึงได้ขุดคลอง ตั้งแต่คลองแสนแสบไปถึงคลองท่าไข่..... บัดนี้คลองนั้นก็ขุดเสร็จแล้วให้ชื่อว่า คลองนครเนื่องเขต ได้เปิดให้ราษฎรเดินไปมาแลจับจองที่นา..... ระยะทางตั้งแต่ลำธารวังน้ำเย็นมาตกถึงคลองบางไผ่ แขวงเมืองฉะเชิงเทราเป็นทาง400 เส้น เป็นที่ราษฎรประสงค์อยากจะให้ขุดคลองในที่นั้น ..... อนึ่งตั้งแต่ปลายคลองพระโขนง แขวงนครเขื่อนขัณฑ์ไปตกแม่น้ำบางปะกง แขวงเมืองฉะเชิงเทรา ทาง 1150 เส้น ที่แผ่นดินเป็นที่อุดมดี ท้องทุ่งก็ว่างไม่มีลำคลอง ราษฎรไม่ได้ทำนา ..... จัดให้พระยาดำรงราชพลขันธ์เป็นผู้ขุด
อนึ่ง คลองมหาสวัสดิ์ แลคลองภาษีเจริญ แขวงเมืองนครชัยศรี ซึ่งเป็นของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ขุดขึ้นไว้นั้น ดูตื้นเสียไปทั้งสองคลอง ..... ถ้าขุดคลองในระหว่าง ให้ตลอดถึงกัน คงจะชักกับแก้ให้หายตื้นไปได้..... บัดนี้คลองนั้นก็สำเร็จแล้ว เป็นระยะคลองยาว 340 เส้น ให้ชื่อว่า "คลองทวีวัฒนา"..... แลบัดนี้ก็ยังได้ขุดต่อไป ..... ไปออกบ้านสี่พระยา แม่น้ำเมืองนครชัยศรี ระยะทาง 540 เส้น ด้วยเห็นว่าเป็นทุ่งว่างไม่มีไร่นา แลเป็นทางตรง สายน้ำจะเป่าลงมาในคลองทวีวัฒนาแรง ได้ลงมือขุดในเดือน 8 นี้แล้ว แลแขวงเมืองสุพรรณกับกรุงเก่าต่อกัน ที่นั้นทำนาเกือบจะต่อถึงกันแล้ว..... ถ้าการนี้สำเร็จทุ่งนาเมืองสุพรรณ กับแขวงกรุงเก่าก็เป็นอันติดต่อกัน......

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2422


แลเวลาที่ท่านทั้งปวงได้มาประชุมพร้อมกันอย่างนี้ ข้าพเจ้าเห็นควรที่จะกล่าวถึงการบางสิ่ง ซึ่งจะเป็นที่ยกย่องความดีของท่านทั้งปวงบ้าง และให้ท่านทราบแลเป็นที่ระลึกบ้างพอสมควร
การในเมืองตรัง ข้าหลวงได้ทำนุบำรุงจัดการหลายสิ่งหลายอย่าง ราษฎรได้มีความสุขบ้านเมืองค่อยเจริญขึ้น .....
อนึ่ง การเมืองเชียงใหม่ ซึ่งคิดจัดการทั้งปวง ก็เพื่อจะบำรุงรักษาทางพระราชไมตรีกรุงอังกฤษ..... แลซึ่งคอเวอนแมนต์อินเดีย ได้ให้เมเยอสคริดขึ้นไปตรวจการณ์ครั้งนี้ เรามีความยินดี .....
อนึ่ง การเซอร์เวย์ปากน้ำบางปะกง ได้ทำแผนที่แลปักทุ่นที่หมายสังเกตเรือเข้าออกเสร็จแล้ว แลได้วางทุ่นที่เกาะสีชัง เกาะล้าน เมื่อสิ้นฤดูลมแล้วจะวางต่อไป.....
อนึ่ง คลองซึ่งได้ขุดในสองปีนี้ แล้วเสร็จตำบลหนึ่ง ยังไม่แล้วเสร็จอีกสี่ตำบล ..... เมื่อคิดรวมคลองทั้ง 5 ตำบล เป็นที่ได้ขุดแล้ว 2175 เส้น .....
อนึ่ง เรามีความเสียใจยิ่งนักที่เจ้าพระยาไทรบุรีถึงอสัญกรรม ..... เราไว้ใจว่าบุตรของเจ้าพระยาไทรบุรี ซึ่งจะได้รับหน้าที่แทนต่อไป..... คงจะประพฤติตามแบบเจ้าพระยาไทร .....
อนึ่ง ในเร็ว ๆ นี้ พลอยนิลเกิดขึ้นในแขวงเมืองจันทบุรี และเมืองพระตะบอง ซึ่งเป็นของมีราคาเกิดขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์แก่เมืองเรา.....
อนึ่ง การเตเลคราฟ ซึ่งได้คิดว่าจะทำแต่ก่อนนั้น บัดนี้สมเด็จเจ้าพระยาท่านเห็นว่าควรจะตัดทางใหม่ ตั้งแต่เมืองไชยา ไปถึงเมืองตรัง จะให้ออกเซอร์เวย์ในฤดูนี้ แต่จะคิดทำตั้งแต่กรุงเทพฯ ออกไปเมืองราชบุรี จนถึงเมืองเพชรบุรีไปพลางก่อน
อนึ่ง ในระหว่างนี้ เรามีความยินดีที่ได้รับท่านผู้มีบรรดาศักดิ์ ซึ่งเป็นเมืองพระราชไมตรีสองคนคือ ท่านเยเนอราลแกรนต์ เปรซิเดนต์ ยูไนติดสเตตอเมริกา คนเก่า และเซอรวิลเลียมรอบินซัน คอเวอเนอสเตรดเซตเตอลแมนต์ เมื่อท่านทั้งสองได้มาถึงเมืองเราดังนี้ เราเห็นว่าเป็นการมีประโยชน์มาก .....
อนึ่ง ราชทูตของเราได้ไปถึงเมืองเยอรมันนีเป็นครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเอมเปอเรอเยอรมันนี ได้ทรงรับรองสมควรแก่เกียรติยศกรุงสยาม .....
.........

พระราชดำรัสตอบ
ในการพระราชทานรางวัลนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ พ.ศ. 2427


ฉันมีความยินดีที่ได้มาเป็นผู้ให้รางวัลแก่เด็กนักเรียน ซึ่งได้ไล่หนังสือเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพราะการที่เคยไล่หนังสือมาแต่ก่อนนั้น ก็ได้ไล่แต่พระสงฆ์ .....
วิชาหนังสือเป็นวิชาที่นับถือ แลเป็นที่สรรเสริญมาแต่โบราณ ..... เพราะวิชาที่อาจทำให้การทั้งปวงสำเร็จไปได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ..... ในกาลเวลานี้ผู้ซึ่งจะเป็นข้าราชการ ไม่รู้หนังสือแล้วเกือบจะเป็นอันใช้ไม่ได้ทีเดียว.....
.....แต่เป็นการขัดข้องลำบากแก่หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์อยู่มาก ด้วยไม่มีทางที่จะเข้ารับราชการได้..... เพราะเป็นเจ้าเสียไม่ได้เป็นขุนนาง จึงคิดหาโอกาสที่จะให้เรียนหนังสือ ได้ไล่วิชา เหมือนหนึ่งได้ถวายตัว เช่น ข้าราชการ
.....เจ้านายตั้งแต่ราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นลงไป ตลอดถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะได้มีโอกาสเล่าเรียนเสมอกันไม่ว่าเจ้าว่าขุนนางว่าไพร่ เพราะฉะนั้นจึงขอบอกได้ว่าการเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้ จะเป็นข้อสำคัญที่หนึ่ง ซึ่งฉันจะอุตสาห์จัดขึ้นให้เจริญจงได้
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2428


เมื่อถึงครบปีหนึ่งซึ่งได้มาพบปะพร้อมกันในที่ชุมนุนใหญ่ดังนี้ ทำให้เรารำลึกถึงการที่ล่วงแล้วมาปีกลายนี้.....
ปีนี้กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทิวงคตเสีย ขาดญาติพี่น้องผู้ใหญ่ ..... เป็นที่เรามีความสลดใจเป็นอันมาก ตำแหน่งนี้ เราได้ปรึกษาพร้อมกันแล้วว่า จะงดไว้จะไม่ตั้งขึ้นอย่างเดิมอีกต่อไป..... ราชการในบ้านเมืองที่ได้เปลี่ยนแปลงไปคราวใด เราก็เชื่อว่าการนั้นเป็นไปเพื่อความสุขของบ้านเมือง.....
ความจริงที่เราสามารถจัดการบ้านเมืองได้สำเร็จตลอดทั่วไป ในพระราชอาณาเขตอันกอร์ปด้วยหัวเมืองทั้งหลาย แผ่ขยายอยู่ในพื้นแผ่นดินอันไพศาล มีราษฎรอาศัยอยู่ พูดภาษาเดียวกัน เพี้ยนกันบ้างดังนี้ เป็นเหตุที่เต็มใจยินดีของเราเป็นอันมาก ไทย ลาว ชาน ทั้งปวงก็นับถือว่าตัวเป็นพวกอยู่ในชาติเดียวกันอันหนึ่ง แลตั้งตาหมายว่าเราเป็นเจ้าเป็นใหญ่ผู้อุปถัมภ์บำรุงทั้งนั้น
ทางบกทางน้ำ ที่เป็นหนทางได้เจริญการค้าขาย ให้คนไปมาถึงกันได้ง่ายนั้น เราก็ได้เกื้อกูลเสมออยู่แล้ว..... ใช้กำลังเครื่องจักรกลไฟที่วิชาใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นสำหรับประโยชน์ความสุขแก่มนุษย์ แลหนทางทั้งปวงที่จะได้เกื้อกูลแก่การไปรษณีย์ ที่เราได้เข้าเป็นผู้สัญญาผู้หนึ่ง รวมอยู่ในสากลไปรษณีย์ทุกประเทศแล้วนั้น ให้เป็นการใช้ได้ตลอดทั้งกรุงสยาม .....ได้จัดการโทรเลข ขยายให้มากออกไปตามหัวเมืองที่มีท่าเรือไปมาค้าขายได้บ้างแล้ว แลทางบกสาย ที่ทำตลอดไปจนถึงเมืองลาวฝ่ายเหนือนั้นก็สำเร็จแล้ว..... ในท้องทะเลทางเดินเรือไปมา และท่าจอดเรือซึ่งเห็นเป็นที่ทวีการค้าขายได้ ก็ได้ทำแผนที่แลจัดการทำนุบำรุง ให้ดีเหมือนกับในเมืองไทย.....
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมา
เท่ากับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พ.ศ. 2429


เมื่อถึงกำหนดการอันเป็นสำคัญดังนี้ ก็ควรจะเป็นที่ระลึกถึงพระเดชพระคุณ สมเด็จพระบรมชนกนาถ ..... ในระหว่าง 18 ปี ซึ่งเสด็จดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติ ได้ทรงจัดการบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงเป็นอันมาก ..... ได้ทรงเปิดการค้าขายบ้านเมืองให้เจริญแพร่หลายติดไปกับประเทศทั้งปวง ผูกพันทางพระราชไมตรีกับประเทศทั้งปวง..... การทั้งปวงซึ่งเป็นไปในรัชกาลของพระองค์นั้น ย่อมเป็นที่จะต้องกล่าวถึงโดยความเคารพ แลความสรรเสริญไม่มีที่สิ้นสุด พระองค์เป็นผู้มีพระเดชพระคุณอันยิ่งใหญ่ .....
.........

พระราชดำรัสตอบ
ในการพระราชทานรางวัลนักเรียน พ.ศ. 2429


ก็ในหนังสือภาษาไทยทั้งปวง ซึ่งนับว่าเป็นหนังสือวิชาความรู้อันใดมีอยู่น้อย เพราะผู้ที่จะรู้หนังสือแต่งหนังสือมีน้อย ทั้งไม่ได้ไปมาคุ้นเคยกับประเทศอื่น ๆ ที่จะได้แลกเปลี่ยนถ่ายถอนตำราวิชาการลงเป็นภาษาของเรา เพราะฉะนั้นหนังสือซึ่งจะเป็นเครื่องเล่าเรียนวิชา ยังไม่มีแก่ผู้ที่จะเรียนแต่เฉพาะภาษาของเราเองเลย ..... เมื่อนักเรียนของเราได้มีความรู้ในวิชาหนังสือมากแล้วดังนี้ คงจะมีความรู้แลความอุตสาหะ ที่จะเขียนจะแต่งหนังสือ ที่เป็นประโยชน์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งผู้ที่ได้ไปเล่าเรียนวิชามาแต่ต่างประเทศ คงจะมีความอุตสาหะ ที่จะแปลวิชาการต่างๆ จากภาษาต่างประเทศลงเป็นภาษาไทย ให้เป็นการเกื้อกูลแก่การเล่าเรียนให้แพร่หลายขึ้นอีก
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2429
.........

ถึงแม้ว่าการในเมืองทั้งหลายที่ใกล้เคียงกันนั้น มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้วเป็นอันมากก็ดี การสัมพันธมิตรของเรากับเมืองต่างประเทศทั้งหลายนั้น..... ได้เป็นทางไมตรีและเป็นอัธยาศัยอันดีต่อมา
.........
เราเห็นเป็นการดีที่จะอุดหนุนให้คนธรรมดา คิดทำการให้เกิดประโยชน์ในทางอนุญาตให้ทำสัญญา ให้ทำทางรถไฟ และทำรถจ้างทางเล็ก แลให้เปิดเผยทำการบ่อแร่ ทั้งหลายซึ่งเป็นธรรมดาที่จะมุ่งหมายว่า จะขยายความเจริญของราษฎรของเราให้ใหญ่ยิ่งขึ้น บรรดาทางไปรษณีย์ แลทางโทรเลขของเรานั้น ก็ได้ขยายออกไปแล้วอีกมาก
ส่วนกองทัพซึ่งเป็นเป็นการจำเป็นต้องส่งขึ้นไปให้หัวเมืองทั้งหลาย ฝ่าย ตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ก็ได้เพียงทำการสำเร็จตลอดบริบูรณ์แล้ว แลในหัวเมืองเหล่านี้ก็มีแต่จะหมดพวกโจรฮ่อเหล่าร้าย ..... ยังมีแต่ที่จะจัดการพลเรือนรักษาเมืองพวน เมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหก แลเมืองสิบสองจุไทนั้นเป็นต้น
.........
ตำแหน่งราชการสำหรับรักษาการแผ่นดินนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เพื่อประสงค์จะให้มีโยชน์แก่บ้านเมือง เราได้ทราบในเร็วๆ นี้ด้วยความสลดใจว่า มีเหตุเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุมมากขึ้นในที่ใกล้ๆ แลภายในแขวงกรุง แต่เรามีความสำราญใจที่จะกล่าวได้ว่า ผู้ซึ่งทำผิดนั้นได้ตัวมาทำโทษตามยุติธรรมเป็นอันมากแล้ว.....
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระปรมาภิไชย
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พ.ศ. 2429


ในการที่เราได้ประกอบให้คงตามธรรมเนียมโบราณ..... เรามีความปรารถนาว่าจะรักษาความสุขของบ้านเมืองเราให้มั่นคงมากขึ้น โดยดำเนินไปตามรอยที่มีอยู่ในโบราณราชประเพณีของเมืองนี้.....
เราเห็นความว่าในสมัยนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมควรที่จะกลับไปตั้งธรรมเนียมเดิมในราชประเพณีให้คืนคงที่ ..... แลพระราชพิธีมหาพิชัยมงคลนี้ก็ย่อมเป็นที่ท่านทั้งหลายทั้งปวงนับถือ เหมือนว่าเป็นการอุดหนุนความมั่นคงของพระราชอาณาจักรนี้.....
..........

พระราชดำรัสพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นายทหารและพลทหาร
ซึ่งกราบถวายบังคบลาไปราชการ เมืองหลวงพระบาง พ.ศ. 2430


ธรรมดาผู้ซึ่งรับราชการเป็นทหาร เป็นพนักงานที่จะต้องต่อสู้ข้าศึกศัตรู ป้องกันไม่ให้มาทำอันตรายแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเรา
เราขอให้ทหารทั้งปวงมีน้ำใจกล้าหาญ ที่จะสู้รบต่อข้าศึก แลอดทนต่อความลำบาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของทหารจะต้องเป็นเช่นนั้นด้วยความมุ่งหมายที่จะต้องปราบข้าศึก ..... ในพระราชอาณาเขตฝ่ายทิศเหนือนั้น ให้คงที่ดังแต่ก่อนด้วยความจงรักภักดีต่อเจ้าของตัว แลรักใคร่บ้านเมืองกับพวกราษฎรทั้งปวงซึ่งเป็นพวกเดียวกัน
.........

พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเฉลิมพระชนม์พรรษา พ.ศ. 2430
.........

ความชั่วร้ายซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ในโรคภัยแลความลำบากของนรชนนั้น เราหวังใจว่าจะลดน้อยลง ในการที่ได้ตั้งโรงพยาบาลคนไข้ อันเป็นสรรพสาธารณสำหรับคนทั้งปวง.....
อนึ่งเกิดความวุ่นวายอันสำคัญขึ้นในเมืองลาวฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยเมืองไกลคบคิดกับพวกโจรฮ่ออันทุจริต ซึ่งแตกฉานเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองเหล่านั้น เมื่อครั้งเกิดความวุ่นวายรบพุ่งกันในเมืองตังเกี๋ย ได้ยกพวกเข้ามาในเมืองหลวงพระบาง ..... จึงเป็นการสำแดงความจำเป็นที่จะต้องจัดการป้องกันบรรดาประเทศราชของเราให้แข็งแรงขึ้น.....
กรมทหารของเรานี้ได้จัดรวบรวมการขึ้นใหม่ แต่มิได้ผิดเพี้ยนจากมูลวิธี แลธรรมเนียมซึ่งได้ตั้งมาช้านานแล้ว.....
การในกรมไปรษณีย์ ก็ได้มีความดัดแปลงอันมีประโยชน์หลายอย่าง ได้จัดไปแล้ว แลสายโทรเลขของเราก็ได้ขยายทาง ซึ่งใช้บอกข่าวไปมาให้แผ่ไพศาลออกไปอีก ด้วยเราประสงค์เพื่อที่จะจัดเขตแดนในอาณาจักรของเรา ฝ่ายตะวันตกเฉียงเหนือที่ต่อกับเขตแดนพม่า ซึ่งยังมิได้มีการแน่ชัดคงอยู่จนบัดนี้ ให้เป็นเขตบันทัดตกลงแน่ชัดนั้น.....
.........
ทางสัมพันธมิตรของเรากับนานาประเทศ ก็เป็นไปโดยทางพระราชไมตรีเจริญถาวรอันยิ่ง ในเวลาที่มีการเฉลิมราชสมบัติในกรุงลอนดอน ..... สมเด็จพระนางเจ้าราชินีกรุงอังกฤษ แล ราชาธิราชินีฝ่ายอินเดีย เราได้แต่งให้น้องที่รักของเรา กรมหลวงเทววงศ์วโรปการ ผู้เป็นเสนาบดีว่าการต่างประเทศ เป็นทูตพิเศษไปยังสำนักเซนเยมซ์ นำพระราชสาส์นอวยพรชัยมงคลแลเจริญทางพระราชไมตรีไปยังกรุงอังกฤษ แลได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนราชธานีอันใหญ่ในประเทศยุโรป อเมริกา แลอาเซียนั้นด้วย..... ทางสัมพันธมิตรของเราด้วยประเทศหนึ่งซึ่งสำคัญในยุโรปนั้น เรารู้สึกแน่ว่าจะสนิทมากขึ้น โดยการที่จะได้ตั้งทูตานุทูตประจำอยู่ในกรุงเบอลินในปีนี้
.........
พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ
แลข้าทูลละอองธุลีพระบาท ในการเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2431
.........
ในปีที่ล่วงมานี้เราต้องมีความโศกเศร้า เพราะพระเจ้ากรุงเยอรมันนี ที่เป็นเมืองสำคัญอันหนึ่งในยุโรปนั้น เสด็จล่วงลับไปถึงสองครั้งติดต่อกัน ..... ทางพระราชไมตรีของเรา ซึ่งได้มีกับพระเจ้าแผ่นดินญี่ปุ่น แล้วว่างเว้นมาเวลาหนึ่งนั้น บัดนี้ก็เป็นอันต่อติดสนิทสนมกันขึ้นโดยผาสุกแล้ว
กองทัพที่ให้ขึ้นไปจัดการปราบปรามพวกโจรฮ่อนั้น ก็ได้ทำการแล้วโดยสะดวกดี ไม่มีศัตรูที่จะต่อสู้ต้านทางกองทัพของเราได้ .....
การไร่นาในปีนี้มีคำเลื่องลือวิตก ด้วยฝนน้อยในฤดู แต่เราไม่เห็นเหตุที่จะต้องกลัวว่าจะเป็น ปีข้าวยากหมากแพงได้เลย .....
การต่างๆ ก็ได้เริ่มลงมือทำแล้ว ในการทำนุบำรุงหนทาง ทางบก ทางน้ำ ให้ดีขึ้นอีกสำหรับที่จะเกื้อกูลทางค้าขายให้สะดวก แลจะได้ไปมาถึงกันง่าย กับทั้งสำหรับจะได้จักการรักษาการภายในบ้านเมืองได้ดีขึ้นด้วย .....
ตามความที่เราได้พบพูดจากับเจ้าเมืองทั้งหลาย ในหัวเมืองชั้นในก็ดี หัวเมืองประเทศราชลาวก็ดี มลายูก็ดี กับทั้งตามการที่เราได้ไปแลเห็นเองในเมืองขึ้นของเราก็ดี เรามีความอิ่มใจที่ได้เห็นว่า มีความเจริญจริงมากแล้วในการที่เกื้อกูลความสุขเป็นแก่นสาร ..... แลความพอใจของประชาชนในความปกครองของเราเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะให้กรุงสยามมั่นคงถาวรสืบไป
..........





นำมาจาก http://www1.tv5.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น