พระราชดำรัสตอบ
ข้าราชการฝ่ายทหาร ในการรื่นเริง
เนื่องในการเฉลิมพระชนม์พรรษา พ.ศ. 2431
การแตกร้าวในระหว่งหมู่ทหารทั้งปวง ซึ่งเป็นเหตุสำคัญ อันจะให้กำลังแผ่นดินลดถอยไป ซึ่งเป็นมาแต่ก่อนนั้น ก็ได้ปรากฎแล้วว่า เป็นการเสื่อมสิ้นไปโดยมาก ด้วยอาศัยน้ำใจอันเป็นธรรม แลความเห็นอันฉลาด ประกอบด้วยความจงรักภักดีของผู้บัญชาการทั้งปวง ..... การซึ่งจะแก้ไขตัดรอนการวิวาทอันมีมาช้านาน แลจะจัดการซึ่งอากูลวุ่นวาย ไม่เป็นแบบอย่างอันเรียบร้อยของกรมทหารมาแต่เดิมนี้ เป็นการหนัก ยากที่จะทำได้ตลอด แต่บัดนี้ก็เห็นได้แล้วว่า ท่านทั้งปวงสามารถที่จะต่อสู้ความยากลำบากเหล่านั้น ได้ฝ่าฝืนสำเร็จมาได้มากแล้ว .....
.........
พระราชดำรัสแก่พระสงฆ์
ในการที่จะตรวจสอบพระไตรปิฎก ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พ.ศ. 2431
การซึ่งมีความประสงค์จะให้ตรวจสอบพระไตรปิฎก ลงพิมพ์ไว้ในครั้งนี้นั้น ด้วยเห็นว่าแต่ก่อนมา ประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา ยังมีอำนาจปกครองบ้านเมืองโดยลำพังตัว พระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา ได้ทำนุบำรุงอุดหนุนการศาสนาอยู่หลายประเทศด้วยกันคือ เมืองลังกา เมืองพม่า เมืองลาว เมืองเขมร แลกรุงสยาม เมื่อเกิดวิบัติอันตราย พระไตรปิฎกขาดสูญบกพร่องไปในเมืองใด ก็อาศัยหยิบยืมกันมาลอกคัดคงฉบับบริบูรณ์ ถ่ายเทกันไปกันมาได้ แต่ในกาลทุกวันนี้ ประเทศลังกาแลพม่าตกอยู่ในอำนาจอังกฤษ ผู้ปกครองรักษาบ้านเมืองไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนา ..... หาได้อุดหนุนพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ พระสงฆ์ซึ่งปฏิบัติตามพระพุทธศาสนา ก็ต่างคนต่างประพฤติตามลำพังตน คนที่ชั่วมากกว่าดีอยู่เป็นธรรมดา ก็ชักพาให้ พระปริยัติธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า วิปริตผิดเพี้ยนไปตามอัธยาศัย ส่วนเมืองเขมรนั้นเล่า ก็ตกอยู่ในอำนาจของฝรั่งเศษ ไม่มีกำลังที่จะอุดหนุนพระพุทธศาสนาให้เป็นการมั่นคงถาวรไปได้ ส่วนเมืองลาวอยู่ในพระราชอาณาเขต เจ้านายแลไพร่บ้านพลเมืองก็นับถือพระพุทธศาสนาวิปริตแปรปรวนไป ด้วยเจือผีสางเทวดา จะเอาเป็นหลักฐานมั่นคงไม่ได้ ถ้าพระไตรปิฎกวิปริตคลาดเคลื่อนไปในเวลานี้ จะหาที่สอบสวนคัดลอกเหมือนอย่างแต่ก่อนนั้นไม่มีแล้ว การพระพุทธศาสนายังเจริญมั่นคงถาวรอยู่ แต่ในประเทศสยามนี้แห่งเดียว จึงเป็นการสมควรที่จะสอบสวนพระไตรปิฎกให้ถูกต้องบริบูรณ์ แล้วสร้างขึ้นไว้ให้มากฉบับแพร่หลาย จะได้เป็นหลักฐานเชื้อสายของพระศาสนธรรม คำสั่งสอนแห่งพระพุทธเจ้าสืบไปภายหน้า ก็ธรรมอันใดที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งสอน ย่อมเป็นธรรมอันวิเศษอุดมยิ่ง ซึ่งจะทำให้สัตว์พ้นจากทุกข์ภัยได้จริง เป็นธรรมวิเศษเที่ยงแท้ ย่อมเป็นที่ปราถนาของผู้ซึ่งมีปัญญา ..... จึงเป็นธรรมที่ควรสงวนไว้ ให้เป็นประโยชน์แก่ชนภายหน้า จึงได้คิดจัดการครั้งนี้ เพื่อรักษาพระไตรปิฎกไว ้มิให้วิปริตผิดผันเป็นการยกย่องพระพุทธศาสนา ให้ตั้งมั่นถาวรสืบไป .....
..... ขอพระเถรานุเถร แลพระสงฆ์ทั้งปวง จงเห็นแก่ตัวหม่อมฉัน ผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ ....
..........
พระราชดำรัสตอบ
ในการพระราชทานรางวัลนักเรียน พ.ศ. 2432
เรามีความเสียใจอยู่หน่อยหนึ่ง ที่ได้เห็นรายงานกรมศึกษาธิการ ทราบว่าโรงเรียนที่จัดตามพระอารามต่าง ๆ นักเรียนลดน้อยถอยลงไป ด้วยความตื่นตกใจว่าจะมาเก็บเป็นทหารเป็นต้นเหตุ ความเข้าใจผิดอันนี้ไปไม่มีที่สิ้นสุดลงได้ เป็นที่ให้เกิความรำคาญ แลเสียดายเวลา ที่คนต้องมาตื่นตกใจเสียมิได้ร่ำเรียน แต่ที่จริงนั้น การเล่าเรียนศึกษากับการทหาร มิได้เกี่ยวข้องกันอย่างหนึ่งอย่างใดเลย .....
อนึ่ง ทุกวันนี้ตำแหน่งราชการการทั้งปวง ที่ต้องมีเสมียนรับเงินเดือน เกิดขึ้นหลายหมู่หลายกรม ก็พากันร้องหาแต่นักเรียน ซึ่งได้สอบไล่วิชาความรู้ จะให้ไปรับราชการทุกหมู่ทุกกรม ตัวผู้ทำการยังไม่พอกับการที่มี จนต้องแย่งชิงประมูลเงินเดือนกัน เสมียนเวลานี้เป็นสิ่งที่หายากเป็นสิ่งที่มีราคามาก มีผู้ต้องการโดยมาก สมควรแล้วที่นักเรียนทั้งปวงจะรีบเร่งร่ำเรียนให้รู้ จะได้รับราชการในตำแหน่งทันเวลาที่ต้องการนี้ ให้เป็นประโยชน์ในราชการ แลเป็นประโยชน์ส่วนตัวด้วย
อนึ่ง ถึงว่าการที่เรียนรู้วิชาหนังสือมาก ไม่เป็นการเที่ยงแท้ว่าจะทำให้ผู้ที่รู้นั้น เป็นคนดีอย่างเดียว ..... ก็แต่เกิดมาเป็นมนุษย์ เมื่อเรียนรู้แล้ว ย่อมจะอยากประพฤติการซึ่งตัวเห็นว่าเป็นความดีอยู่ด้วยกันทั่วหน้า ..... เพราะฉะนั้น การเรียนรู้ของคนทั้งปวง คงจะเป็นเหตุให้ตัวผู้เรียน รู้ดีขึ้นได้อย่างใดอย่างหนึ่ง มากกว่าที่จะทำให้ชั่วเสียไปเพราะการเรียนรู้หลายสิบเท่า แลคงมีส่วนที่ได้มาข้างดีมากว่าผู้ไม่ได้เรียนรู้เป็นแน่แท้ .....
.........
พระราชดำรัสตอบ
ในการพระราชทานรางวัลนักเรียน พ.ศ. 2433
.........
เมื่อว่าด้วยวิชาหนังสือไทย ในนักเรียนของเราชั้นนี้ ก็ได้เห็นพยานเป็นอัศจรรย์ว่า เด็กซึ่งมีอายุน้อย เช่น หม่อมราชวงศ์จิตร เป็นต้น มีความรู้พอที่จะตกแต่งหนังสือได้ดี เกินกว่าเด็กชั้นอายุเท่านี้ที่ได้เคยเห็นมาแต่ก่อน .....
แต่ส่วนวิชาหนังสืออังกฤษนั้น ได้ทราบจากครูมอรันด์ ซึ่งมาเป็นผู้ตรวจสอบว่า ความรู้ของนักเรียนซึ่งได้รับรางวัล ยังเลวทรามนัก จะหาเพียงให้เสมอเช่นลูกชายคนโต ซึ่งเพิ่งได้เรียนเล็กน้อยก็ยังไม่ได้ เพราะเวลาที่เรียนนั้นไม่เสมอ แลเป็นการตามใจผู้ซึ่งจะเรียน เมื่อนักเรียนรู้หนังสือไทยแล้ว ก็มักจะออกไปจากโรงเรียนเสียเลย ..... ราชการทุกวันนี้ใช้หนังสือมาก เสมียนในออฟฟิศต่าง ๆ ไม่พอใช้ ..... เมื่อนักเรียนรู้หนังสือไทยแล้ว ก็มีที่จะหากินพอความปราถนาเสียแล้ว จึงไม่รักเล่าเรียนต่อไป .....
เราขอเตือนนักเรียนทั้งปวง ให้ตริตรองในการที่จะร่ำเรียนให้รอบคอบ วิชาหนังสือไทยนั้นเมื่อรู้ดีแล้วพอทำการได้จริงอยู่ แต่เมื่อไม่รู้หนังสืออังกฤษด้วยแล้ว จะรู้สึกคับแคบใจเมื่อภายหลังเพราะเหตุว่า ตำรับตำราวิชาการต่าง ๆ ซึ่งเขาพิมพ์ลงไว้เป็นภาษาต่างประเทศ มีภาษาอังกฤษเป็นต้น มากมายหลายหมื่นหลายแสนฉบับ การที่จะร่ำเรียนให้รู้วิชาต่าง ๆ ในเวลานี้ต้องอาศัยภาษาอังกฤษ .....
..... บัดนี้ขอเตือนเจ้าพนักงานกรมศึกษาธิการ ให้คิดจัดการที่จะทำให้เด็กเล่าเรียนภาษาอังกฤษให้มากขึ้น คงจะเป็นประโยชน์ตัว แลประโยชน์ราชการต่อไปภายหน้ามากเป็นแท้
.........
พระราชดำรัสตอบ
ในการแสดงพิพิธภัณฑ์ที่เกาะสีชัง พ.ศ. 2434
ในประการหนึ่ง พวกเราบรรดามาแต่ที่อื่น ได้ตรวจตราค้นหา แลให้ทำการครั้งนี้ ทำให้คิดเห็นเป็นตัวอย่างได้ว่า แต่เกาะสีชังนิดหนึ่งเท่านี้ เมื่อเสาะแสวงหาสิ่งซึ่งเป็นประโยชน์โดยความเอื้อเฟื้อ ก็ยังได้เห็นสิ่งทั้งปวง มาประกอบให้เป็นประโยชน์ได้ถึงเพียงนี้ จะต้องสงสัยไปไยเล่าถึงแผ่นดินซึ่งกว้างใหญ่กว่านี้ อันมีเหลือว่างอยู่มาก เพื่อได้ประกอบการให้เกิดประโยชน์ คงจะเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่กว่านี้มาก แลเป็นการได้ฝึกหัดความคิด ที่จะประกอบสิ่งซึ่งควรเป็นประโยชน์ให้เป็นประโยชน์ .....
อีกประการหนึ่งนั้น ส่วนราษฎรที่อยู่ในเกาะนี้ เมื่อได้มาเห็นสิ่งของซึ่งคงอยู่ ก็จะคิดเห็นได้ว่า บรรดาสิ่งทั้งปวงซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นัยน์ตาเราที่ไม่คิดเห็นแต่ก่อนเลยว่า จะเป็นประโยชน์อันใด กลับเป็นประโยชน์ที่ควรจะประกอบการ .....
อีกประการหนึ่งนั้น ..... เพื่อจะให้เป็นเกียรติแก่ลูกชายใหญ่ ...... เป็นกำหนดอันสมควรจะต้องศึกษาประโยชน์ อันจะทำตามหน้าที่ของตัวสืบไปภายหน้า ...... สามารถจะนำประโยชน์ซึ่งไม่แลเห็นว่า จะเป็นจะมีให้มีให้เป็นขึ้นได้ ปรากฎเป็นทางสั่งสอนตัวอย่างอันดี ที่จะได้ประพฤติตัวสืบไปข้างหน้า ......
.........
พระราชดำรัสตอบ
ในการเปิดประภาคาร เสาธงแลสะพาน ที่เกาะสีชัง เมื่อ พ.ศ. 2434
ถึงว่าเราได้มาอยู่เสียห่างไกลจากกรุงเทพ ฯ ช้านาน แต่ราชการอันใดมิได้หยุดค้าง ..... แลถึงว่าเราอยู่ที่นี่ ก็ได้คิดตั้งใจจะจัดการให้เป็นประโยชน์แก่ชนทั้งปวงเป็นอันมาก แลเป็นคุณแก่ราชการในบางอย่าง ตามสมควรที่จะทำได้ .....
..... คิดตั้งหน้าทำการตามที่มุ่งใจไว้ว่าจะทำ ด้วยอาศัยความเอื้อเฟื้อต่อราชการของกรมทหารเรือ เป็นที่ตั้ง จึงให้การทั้งปวงนั้นสำเร็จได้สมดังปราถนา จนเป็นที่น่าจะพิศวง เรามีความเชื่อใจว่า ประภาคารแลเสาธง จะให้ประโยชน์เกิดขึ้นทั้งในราชการแลการค้าขาย ส่วนสะพานคงจะเป็นประโยชน์แก่ชนทั้งปวง .....
การที่ท่านทั้งปวงได้ช่วยให้ความประสงค์อันนี้ สำเร็จไปได้ด้วยน้ำใจจงรักภักดี แลมีความเพียรอุตสาหอันแรงกล้าดังนี้ เป็นที่หมายน้ำใจความประสงค์ที่จะให้บ้านเมือง เดินไปในทางที่มีความสุขเจริญด้วยเรา เมื่อการทั้งปวงเหล่านี้ ปรารถสร้างขึ้นด้วยเงินพระคลังข้างที่ คือประภาคารแลสะพาน เพื่อจะได้เป็นกุศล .....
พระราชดำรัสตอบ
ในการเปิดถนนอัษฎางค์ ที่เกาะสีชัง พ.ศ. 2434
.........
..... ครั้งเมื่อเวลาที่คิดสร้างสะพานอัษฎางค์ขึ้น ..... เราสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ ที่จะให้แก่ชนทั้งหลายไปมามิได้เลือกหน้า ...... ส่วนผู้ที่เป็นนายด้านทำการทั้งปวงเล่า ก็มิใช่เสียไม่ได้ โดยสักว่าถูกเกณฑ์เลย ได้ทำการโดยความเต็มใจ ใช้กำลังกายแลกำลังความคิด ตรำฝน ทนแดด เพื่อจะให้การสำเร็จได้ดีที่สุด ตามซึ่งพอจะทำได้ทั่วทุกด้าน ..... การที่ได้ทำคราวนี้ นับว่าเป็นโครงเป็นร่างอันดีที่ผู้ที่จะตกแต่งเพิ่มเติมต่อไปภายหน้า ..... เรามิได้พาท่านทั้งปวงมาอยู่ในที่เงียบสงัดโดยความเกียจคร้าน ได้ทำการอันเป็นประโยชน์ไว้ เพื่อจะให้ความสุขแก่ผู้อยู่ แลผู้ซึ่งจะไปในที่นี้ภายหลังเรา .....
.........
พระราชดำรัสตอบ
ในการเริ่มทำทางรถไฟสายนครราชสีมา พ.ศ. 2434
เรามีความยินดีไม่น้อยเลย ที่ได้มาอยู่ ณ ที่นี้ อันเป็นที่จะได้เริ่มลงมือ ทำการก่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งเราได้คิดอ่าน จะทำให้สำเร็จมาช้านานแล้ว
เราได้รู้สำนึกแน่อยู่ว่า ธรรมดาความเจริญรุ่งเรืองของประชาชน ย่อมอาศัยถนนหนทาง ไปมาหากันเป็นใหญ่เป็นสำคัญ เมื่อมีหนทางคนจะได้ไปมาได้ง่ายได้ไกลได้เร็วขึ้นเพียงใด ก็เป็นการขยายประชุมชน ให้ไพศาลยิ่งขึ้นเพียงนั้น บรรดาการค้าขายอันเป็นสมบัติของบ้านเมือง ก็จะรุ่งเรืองวัฒนาขึ้นโดยส่วนหนทางนั้น เราจึงได้อุตสาหะ คิดจะทำทางรถไฟให้สมกับกำลังบ้านเมือง ก็ได้คิดทำทางรถไฟ ไปเมืองนครราชสีมานี้ก่อน
........
พระราชดำรัส
แก่ทหารในการเสด็จพระราชดำเนินศาลายุทธนาธิการ
แลโรงเรียนนายร้อย นายสิบ พ.ศ. 2435
ในการที่เราจะมอบธงให้แก่ทหารต่าง ๆ เวลานี้ เราขอกล่าวว่า ธงย่อมถือว่าเป็นยอดสำคัญ สำหรับกองทหารทั้งปวง ในเวลาทำการสงคราม เป็นประเพณีที่มีสืบมาแต่โบราณ ทั้งในเมืองเราแลประเทศอื่นดังนี้ ......
เรามีความยินดีที่จะได้กล่าวอีกครั้งหนึ่งว่า ในเวลานี้ เราได้เห็นหมวดแห่งกองทหารบกต่าง ๆ ของเรา ได้มาประชุมพร้อมกัน แลได้รับธงชัยเฉลิมพลประจำทุกกองแล้ว ธงชัยเฉลิมพลย่อมนับว่าเป็นยอด เป็นจอมแห่งกองทหารทั้งหลายสืบมาแต่โบราณ เป็นหน้าที่เป็นพนักงานของทหารกองนั้น ๆ ที่จะต้องระวังรักษาธงนั้นไว้ โดยความเคารพแลความรักเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่า ธงนั้นย่อมเป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศของกองทหารนั้น เมื่อเวลาเข้าสู่สงคราม ทหารทั้งปวงจำเป็นต้องพิทักษ์รักษาธงชัยเฉลิมพลสำหรับกองตัว ยิ่งกว่าชีวิต เมื่อเป็นดังนั้น ธงชัยเฉลิมพลจึงเป็นเครื่องนำความองอาจแห่งหมู่ทหารทั้งปวง ให้ต่อสู้ข้าศึกมิได้ย่อหย่อน เมื่อมีความองอาจเช่นนั้น ก็ย่อมเป็นเครื่องชักนำให้ถึงที่มีชัยชนะโดยความกล้าหาญ .....
อนึ่ง เรามีความยินดีที่ได้เห็นหมวดแห่งกองทหาร ซึ่งได้จัดการเข้าระเบียบแบบอย่างเป็นอันเรียบร้อย ถึงว่าเป็นกองน้อย ๆ ก็เป็นตัวอย่างแห่งกองใหญ่ ๆ ซึ่งมีอยู่แล้ว แลจะเพิ่มขึ้นอีกสืบไปภายหน้า ทหารย่อมเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับที่จะป้องกันรักษาพระราชอาณาเขต แลเป็นเหตุที่จะให้อำนาจบ้านเมืองกว้างขวางมั่นคงยั่งยืน ทหารไม่เป็นแต่สำหรับที่จะต่อสู้ในเวลาที่เกิดการศึกสงครามอย่างเดียว ย่อมเป็นประกันห้ามการศึกสงครามมิให้เกิดได้ด้วย ..... เหตุฉะนี้ กองทหารทั้งปวง จึงเป็นผู้มีความชอบอยู่เนืองนิตย์ เพราะเป็นผู้ที่ทำให้มีความสงบเรียบร้อยแก่บ้านเมือง เราจึงได้ตั้งใจที่จะคิดอ่าน จัดการอุดหนุนให้กองทหารทั้งปวง มีความเจริญพรักพร้อมมั่นคงยิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น ทหารทั้งปวงจงมีความยินดีเถิดว่า หน้าที่ซึ่งได้รับราชการอยู่บัดนี้ เป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งใหญ่ .....
.........
พระราชดำรัส
ในการเปิดรถไฟสายเมืองสมุทรปราการ พ.ศ. 2436
เรามีความยินดีที่ได้รับหน้าที่อันเป็นที่พึงใจ คือ จะได้เป็นผู้เปิดรถไฟสายนี้ ซึ่งเป็นที่ชอบใจแลปราถนามาช้านานแล้ว ..... เพราะเหตุว่า เป็นรถไฟสายแรก ที่จะได้เปิดในบ้านเมืองของเรา แล้วยังจะมีสายอื่นต่อ ๆ ไปอีกเป็นอันมากในเร็ว ๆ นี้ .....
..... เราได้ยินเข้าหูจากผู้ซึ่งเคยเห็นการมานานว่า บ้านเมืองของเราเดี๋ยวนี้ มีความเจริญเปลี่ยนแปลงไปกว่าแต่ก่อนเป็นอันมาก ..... บ้านเมืองของเราใน 3 ปี ต่อไปข้างหน้า ถ้าไม่มีการที่เป็นข้อขัดขวางรบกวนแล้ว ท่านทั้งหลายทั้งปวง คงจะได้เห็นการเจริญรุ่งเรืองเร็วขึ้นกว่าที่มีมาแล้วเป็นอันมากนั้นเสียอีก
.........
พระราชดำรัสตอบ
พระสงฆ์ในเขตแขวงจังหวัดกรุงทวาราวดี
ในการที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมาครบ 25 ปี พ.ศ. 2436
เมื่อได้ยินคำพระผู้เป็นเจ้าทั้งปวง กล่าวแสดงความยินดีอำนวยพรแก่ข้าพเจ้า ครั้งนี้ เป็นที่ยินดียิ่งนัก ตัวข้าพเจ้าตั้งแต่เกิดมาจำความได้ ก็ได้รู้สึกว่าเป็นผู้ถือพระพุทธศาสนา แลจิตใจเลื่อมใสในพระรัตนตรัยเป็นที่ยิ่ง ครั้นเมื่อบวชเป็นสามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียน ได้ทราบพระปริยัติธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยิ่งมีความเลื่อมใสมากขึ้น เพราะเห็นว่าคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นคำสอนอันประกอบด้วยประโยชน์ดียิ่งแท้ ไม่เป็นคำสอนที่ล่อลวงด้วยเหตุ 2 ประการ คือ ไม่ล่อลวงด้วยจะขู่ให้สะดุ้งตกใจกลัว แลไม่ล่อลวงด้วยจะให้เกิดความโลภ เมื่อข้าพเจ้าได้ดำรงสิริราชสมบัติแล้ว ก็ตั้งใจทำนุบำรุงพระผู้เป็นเจ้าอยู่เป็นนิจ ..... ข้าพเจ้าอาจปฎิญาณใจได้ว่า ถ้าชีวิตข้าพเจ้ายังอยู่ตราบใด แลข้าพเจ้าคงจะคิดทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอยู่เป็นนิจ โดยความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย ไม่มีสิ่งอื่นจะยิ่งไปกว่า .....
พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ แลข้าทูลละอองธุลีพระบาท
ในการที่ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พ.ศ. 2437
ท่านกลาง จาตุรนต์รัศมีน้องที่รักอันดี เป็นผู้ได้แสดงคำอำนวยพรของบรมวงศานุวงศ์ทั้งปวงนั้น ฉันมีความขอบใจ ..... ฉันมีความเชื่อแน่ว่า ท่านทั้งหลายคงจะเป็นกัลยาณมิตร แลเป็นผู้จงรักภักดี โดยซื่อตรงต่อพระบรมราชโอรสของฉัน เสมอเหมือนอย่างที่ได้เป็นต่อฉันผู้เป็นบิดา อนึ่ง เมื่อถึงกาลสมัยในภายหน้านั้น ท่านทั้งหลายคงจะช่วยกันเกื้อกูลแลตักเตือน เหมือนอย่างที่ได้ประพฤติมาต่อตัวฉันในเวลาขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งจะได้เรียกร้องให้ช่วยกันทำการเพื่อที่จะให้ประชาชนชาวสยาม ได้มีความสวัสดิภาพแลผาสุกยิ่งขึ้น
.........
บรรดาข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนทั้งหลาย ซึ่งเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ผู้เป็นที่ปรึกษาราชการอันมีศักดิ์ ได้รับฉันทานุมัติมาแสดงคำอำนวยพรนั้น เรามีความชอบใจด้วย ..... เราต้องรำพึงถึงกิจการบ้านเมืองก่อนสิ่งอื่น ในการที่จะกระทำให้สิริรัตนราไชศวรรย์ เป็นที่มั่นคงแน่นอน ด้วยเป็นข้อสำคัญอันประเทศนี้จะมีสวัสดิภาพเรียบร้อยดี ก็เพราะเหตุนั้น
.........
พระราชดำรัส
ในการเปิดรัฐมนตรีสภา พ.ศ. 2437
ท่านทั้งหลายได้ฟังพระราชบัญญัติตั้งรัฐมนตรีสภา ที่อ่านขึ้นแลกับทั้งได้ทราบคำสั่ง ซึ่งได้ตั้งให้เป็นสภานายก อุปนายก รัฐมนตรี และสภาเลขาธิการ แห่งที่ประชุมอันนี้แล้ว ..... เราอยากจะชี้แจงโดยสังเขปว่าความคิดของเรา ที่ตั้งพระราชบัญญัตินี้เป็นอย่างไร .....
ตั้งแต่ปีแรก ๆ ในราชสมบัติของเรานั้น เราได้มีความคิดเห็นว่า ถ้าจะได้มีผู้ประกอบด้วยสติแลปัญญา ประชุมกันอยู่เป็นอัตราบ้าง สำหรับจะได้ช่วยกันแก้ไขกฎหมายเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว แลสำหรับที่จะได้คิดทำกฎหมายใหม่ดังนี้ ก็จะเป็นการดีอยู่ .....
..... แลเราเห็นว่าพระบรมชนกาธิราชของเรา แลพระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายแต่ก่อนๆ มา ได้ตั้งพระราชกำหนดกฎหมายไว้ เป็นสิ่งที่ได้มีคุณในสมัยเมื่อทำขึ้นนั้นก็มี แลใช้ได้ต่อมาภาพหลังอีกช้านานก็มี เพราะฉะนี้เราจึงต้องคิดจะให้มีกฎหมายใหม่ขึ้นบ้าง สำหรับให้สมกับความต้องการของอาณาประชาชนที่เป็นอยู่ในปํจจุบันนี้ .....
แท้จริงคิดการงานอันเป็นหน้าที่ของเราที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้น ก็มีเป็นอันมาก เราต้องระวังรักษาการทั้งปวง ที่จะให้ได้กระทำสำเร็จไปตามกฎหมายที่มีอยู่ทั้งสิ้น .... ในส่วนราชกิจที่จะกระทำให้สำเร็จตามกฎหมายก็ดี ฤาในส่วนราชกิจที่จะพิจารณาคดีความนี้ก็ดี เราก็มีเสนาบดีข้าหลวง ผู้ว่าราชการเมืองและข้าราชการทั้งหลาย ..... เป็นผู้ซึ่งทั้งหมดด้วยกัน อันจำเป็นต้องกระทำการแทนตัวเรา แลเป็นผู้รับผิดชอบต่อเราด้วย
แต่ส่วนราชกิจที่จะคิดทำกฎหมายนั้น ตั้งแต่เวลาซึ่งที่ปรึกษาราชการแผ่นดินหยุด ไม่ได้กระทำการมาแล้ว ก็ไม่มีพนักงานจัดไว้เป็นแบบสำหรับช่วยกันทำการส่วนนี้ ..... แลที่เรามุ่งหมายท่านทั้งหลายอยู่ ..... ข้อต้นแลข้อสำคัญอันเป็นที่จำนงหมายของผู้ทำกฎหมายทั้งปวงนั้น ต้องให้มีการที่จะคุ้มครองป้องกันอันตรายแก่ตัวคน แลแก่ทรัพย์สมบัติ ..... แลต้องให้มีการทำนุบำรุงอุดหนุนความเจริญรุ่งเรือง แลความสุขของคนพลเมืองให้มากที่สุดที่จะให้มีได้ ..... ก็จำเป็นที่ว่ากฎหมายนั้นได้ให้กระทำขึ้น โดยน้ำใจไม่มีความลำเอียงให้ได้ถูกต้อง สมกับจารีตที่เป็นการยุติธรรม แลการเมตตากรุณาอยู่เป็นนิรันดร เป็นการที่คนดีทั้งปวงในสากลโลก ย่อมเคารพนับถือและทำตาม แลเป็นการซึ่งมีในพระพุทธศาสโนวาท เป็นต้น
อนึ่ง เป็นการจำเป็นที่จะต้องแต่งกฎหมายไว้ โดยถ้อยคำที่ชัดเจนแลแน่นอนว่า สิ่งใดชอบด้วยกฎหมาย สิ่งใดผิด ..... จะเป็นคนมีฤาคนจนฉันใด ..... เมื่อถูกข่มเหงแล้ว ก็ควรจะได้รับสินใหมในศาลแพ่ง โดยพิจารณากันให้แล้วเร็ว แลอย่างให้เสียค่าธรรมเนียมมาก อีกประการหนึ่งถ้าผู้ใดกระทำผิดต่ออาญากฎหมาย ก็ควรให้มีการชำระสะสางให้ได้ตัวผู้ผิดนั้นมา ฤาว่าได้ตัวผู้ต้องหาว่ากระทำผิดนั้นแล้ว ก็ให้ชำระกันโดยยุติธรรม อย่าให้ต้องกักขังคุมตัวไว้นานกว่าที่จำเป็น .....
ข้อความเช่นนี้แล เป็นหัวใจความที่เรามุ่งหมายว่า ท่านทั้งหลายจะได้ช่วยกันคิดแก้ไขกฎหมาย .....
.........
บางทีก็จะมีอยู่เนือง ๆ ที่ท่านทั้งหลายจะต้องค้นหา เทียบเคียงกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในเมืองต่างประเทศ แลหัวเมืองของต่างประเทศ ..... เราไม่ควรจะเปลี่ยยแปลง ฤาจัดการแก้ไขธรรมเนียมที่มีอยู่ทุกวันนี้ให้ใหม่ไปหมดสิ้นทีเดียว แลไม่ควรที่จะหลับตา เอาอย่างทำตามธรรมเนียมที่มีในที่อื่น ..... ทุกเมืองอื่น ๆ แลในเมืองนี้เป็นสำคัญทั้งสิ้น ย่อมมีธรรมเนียมหลายอย่าง ซึ่งเป็นที่จะต้องนับถือกัน ไม่ใช่เพราะว่าเป็นธรรมเนียมเก่าแก่มาแต่โบราณ เสมอเหมือนกับอายุกับของประเทศนี้อย่างเดียว หากเพราะว่าเป็นธรรมเนียมที่สนิทแน่นแฟ้นแก่น้ำใจ แลความเชื่อมั่นของอาณาประชาชน แลเพราะว่าถ้าจะเลิกถอนธรรมเนียมเช่นนั้นเสีย ก็จะไม่เป็นแต่เพียงที่จะเป็นภัยแก่เมือง ที่ตั้งอยู่ได้อย่างเดียว หากจะทำให้อาณาประชาราษฎรไม่เป็นผาสุกด้วย
ขอให้ท่านทั้งหลายจงช่วยกัน ..... ต้องให้พร้อมด้วยสติสัมปชัญญะ แลอย่าให้รีบร้อน โดยเหตุไม่สมควร ฤาปราศจากวิจารณปัญญาได้ .....
พระราชดำรัส
ในการตั้งสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์ คราวเสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2439
..... เราได้มีความมุ่งหมายมาแล้วช้านาน เพื่อจะแสวงหาโอกาส ที่จะได้ไปในประเทศยุโรปด้วยหวังใจว่า จะเป็นคุณประโยชน์แก่พระราชอาณาจักรของเรา แลตัวเราด้วย
บัดนี้เราเห็นว่าเป็นเวลาอันควร แลพร้อมด้วยความเห็นชอบแห่งผู้ซึ่ง เป็นปรึกษาราชการทั้งหลายของเรา .....
ก็การซึ่งเราจะไปครั้งนี้ เป็นระยะทางไกลแลนานเวลา จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องคิดจัดการป้องกันรักษาพระราชอาณาจักรนี้ ไม่แต่มิให้มีเหตุอันตรายเสื่อมทรามเท่านั้น จะต้องจัดการให้ราชการทั้งปวง ดำเนินไปสม่ำเสมอ ..... เพื่อจะให้เป็นที่มั่นคงในการปกครองรักษา แลระวังกิจสุขทุกข์ของราษฎรทั้งปวง ให้เป็นปกติเช่นเวลาเราอยู่
เราจึงได้พร้อมด้วยที่ปรึกษาทั้งหลายของเรา ได้ตั้งขึ้นเพื่อพระราชกำหนดให้มีผู้สำเร็จราชการต่างพระองค์ ..... เราจึงได้ตั้งพระอรรคราชเทวี ซึ่งเป็นพระราชมารดาของมกุฎราชกุมาร ผู้ซึ่งจะได้สืบราชสันตติวงศ์ต่อตัวเราไป ให้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญยิ่งอันนี้ .....
.........
เราได้สั่งให้พระอรรคราชเทวี รักษาการในหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ ด้วยการปฏิบัติอธิษฐานน้ำใจ ให้ตั้งอยู่ในความสัตย์ธรรมอันประเสริฐ ซึ่งเป็นธรรมอันพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ทรงปฏิบัติ อธิษฐานในพระราชหฤทัย มิให้อคติทั้งหลาย 4 ประการ มาครอบงำในสันดานได้ ให้มีความกรุณาปราณีแลตั้งใจทำนุบำรุงทั่วไป..... แลอารี ตั้งใจเป็นธรรมต่อชนทั้งหลายอันจะมายังพระนครนี้ แลรักษาสัญญาทั้งปวง อันได้ทำไว้แล้ว ดุจเราได้ประพฤติปฏิบัติต่อท่านทั้งหลาย 29 ปีมาแล้วนั้น .....
.........
พระราชดำรัสตอบ
ในการเปิดรถไฟในระหว่างกรุงเทพฯ กับ กรุงเก่า พ.ศ. 2439
.........
เรารู้สึกว่าการที่ได้ทำวันนี้เป็นเกียรติแก่ตัวเรา แลเป็นที่ยินดีด้วยที่จะได้ทำการให้รถไฟสายนี้สำเร็จได้ ถึงแม้แต่เป็นส่วนหนึ่งตอนหนึ่ง เพราะเหตุว่าได้ทำการเพื่อเป็นประโยชน์แก่พระราชอาณาจักร ไม่เฉพาะแต่คนในประเทศเรา แต่ได้เป็นประโยชน์ทั่วไปแก่ มนุษย์ทั้งปวงด้วย
..... คิดแต่ถึงการที่จะได้ทำบัดนี้ ก็เป็นเหตุให้เกิดความชื่นชมยินดีว่า ถึงแม้ว่าการที่จะได้ทำในวันนี้ ไม่ได้เต็มที่ดังความมุ่งหมายแต่เดิม ก็ยังเป็นที่พึงพอใจแลเห็นได้ว่า เป็นพยานแห่งความอุตสาหะของกรมรถไฟและเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการด้วย.....
.........
พระราชดำรัส
พระราชทานพระบรมราโชวาท
แก่นายทหารและพลทหารเรือ ที่เรือพระที่นั่งมหาจักรี พ.ศ. 2440
เจ้าทั้งหลายซึ่งมาอยู่ที่นี้ ข้าขอบอกว่าคราวนี้เป็นคราวแรก ที่เจ้าทั้งปวงได้มารับราชการในบ้านเมือง แลในหมู่คนซึ่งเป็นต่างประเทศ ต่างชาติ ต่างภาษา เป็นเมืองต่างประเทศที่เขาถือชาติ รักษาเกียรติยศ ขนบธรรมเนียม แบบแผนของเขาอย่างกวดขัน พวกเราก็เป็นชาติหนึ่งซึ่งได้มาอยู่ และจะไปในท่ามกลางคน ต่างประเทศเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ขอให้เจ้าทั้งปวงประพฤติตนจงดี แลรักษาแบบแผนธรรมเนียม โดยกวดขันอย่าให้เขาติเตียนได้ ว่าพวกเราเป็นชาติเลวทราม แลหมั่นสังเกตทำการตามหน้าที่ทั้งปวง ให้เขาเห็นว่าเราเป็นคนในชาติหนึ่งบ้าง ถ้าผู้ใดไม่สบาย ฤามีความเดือดร้อนอย่างไร ให้มาบอกแก่เรา ที่มาด้วยกันในเที่ยวนี้ก็ไม่มาก หมดด้วยกันเพียงสามร้อยคนเท่านั้น ให้ถือเสียว่าเป็นอย่างเช่นพี่น้อง มาด้วยกันในต่างประเทศด้วยกันเถิด
พระราชดำรัส
พระราชทานพระบรมราโชวาท
แก่นายทหารเรือและพลทหารเรือ ที่เรือพระที่นั่งจักรี พ.ศ. 2440
เดี๋ยวนี้เราได้มาจากประเทศของเราไกลตั้ง 6,000 ไมล์ ไม่ต่ำกว่า 288,000 เส้น มาถึงประเทศที่ เขาเจริญแล้วด้วยวิชาการฝ่ายทะเล แลการรุ่งเรืองด้วยการเล่าเรียนแลการปกครอง ..... ความเจริญรุ่งเรื่อง ทั้งหลายนี้ได้เกิดขึ้นเพราะความสังเกต แล้วคิดการประกอบแลเล่าเรียนต่อ ๆ กันมา อาศัยความอุตสาหะ แลความเพียรเป็นที่ตั้งเท่านั้น เขาหาได้เป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นมนุษย์เหมือนเราไม่ .....คำพระพุทธเจ้า ของเราทรงติเตียนความประพฤติของมนุษย์ที่กล่าวว่า เวลานี้ร้อนนัก เวลานี้หนาวนัก เวลานี้เช้านัก เวลานี้เย็นนัก เป็นต้น เพื่อจะผัดการงานที่จะทำให้ช้าไป เกิดจากความเกียจคร้าน พระองค์ตรัสว่า คำเช่นนั้นเป็นทางมาของความฉิบหาย ไม่เป็นทางที่จะให้ตนมีความเจริญขึ้นได้ .....
เจ้าจงไว้ตัวเจ้าให้กล้าหาญ เพราะเราเป็นมนุษย์อย่างเดียวกัน ..... ความชั่วทั้งหลายไม่ควรประพฤติ เช่นกับการเล่นเบี้ย เป็นต้น ..... การเล่นเช่นนั้นไม่ใช่ความประพฤติของชาติเรา ..... เป็นความประพฤติ ไปสู่ความฉิบหาย อันเราคิดจะเลิกถอนเสียจากเมืองเรา .....
เจ้าทั้งหลายจงมีใจอุตส่าห์ทำการในหน้าที่ของตน แลอุตส่าห์จำการที่ได้เห็น แลการที่ได้ทำในครั้งนี้ ด้วยความตั้งใจว่า เจ้าทั้งหลายได้จากบ้านมาไกลปานนี้มิได้มาเปล่า แต่จะเป็นผู้นำระเบียบการงานอันนี้ กับทั้งความรู้ไปเป็นครู บอกเล่าพวกเราทั้งหลายให้ความรู้ดียิ่งขึ้น แลช่วยกันยกชาติเราให้เจริญรุ่งเรืองด้วยวิชา .....
พระราชดำรัส
พระราชทานพระบรมราโชวาท
แก่นักเรียนที่ศึกษาวิชาอยู่ในประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2440
การที่คอเวอนแมนต์ไทย ให้เจ้าทั้งหลายมาเล่าเรียนวิชาในกรุงอังกฤษนี้ ให้มาเป็นตัวอย่างของ นักเรียนไทย แลให้ได้รับความอุดหนุนทุกอย่าง ถ้าเจ้าทั้งหลายมาเรียนวิชาได้ไม่ตลอด เป็นแต่เรียนวิชาผิว ๆ ไปเป็นฝรั่งเช่นนั้น นับว่าเป็นอันเสียเงิน แลเสียราชการด้วย ..... ตั้งใจจะให้เล่าเรียน รอบรู้ กลับไปทำการในบ้านเมืองของเราให้เจริญดียิ่งขึ้น ..... ให้เจ้าจำไว้ในใจว่า ถ้าเจ้าจะเป็นไทยไปเร่อ ๆ ร่า ๆ เจ้าก็คงจะได้ดี ไม่จำต้องทำท่าเป็นอย่างฝรั่ง ให้เจ้าหมั่นอุตส่าห์รีบเล่าเรียนให้แล้วเสร็จ เจ้าจะได้กลับไปบ้านเมือง ถ้าเจ้าจะนึกว่าอยู่ที่นี่สบาย นึกเสียว่าจะเล่าเรียนเมื่อใดก็ได้เช่นนี้ เป็นอันว่าเนรคุณต่อคอเวอนแมนต์ไทย เจ้าต้องขวนขวายให้ได้วิชาเป็นอย่างดี แลอย่านึกว่าตัวเจ้าจะแปลกกับคนในกรุงเทพ ฯ อย่างใด เพราะเขาก็มีความรู้เหมือนกัน
พระราชดำรัสตอบ
พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ แลข้าทูลละอองธุลีพระบาท
คราวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประพาสยุโรป พ.ศ. 2440
ท่านผู้เป็นทูตานุทูตแลหมู่แห่งกงสุลซึ่งมีเกียรติ ..... ซึ่งจะได้ถือเอาโอกาสอันนี้กล่าวให้ปรากฏว่า เราได้รู้สึกคุณของประเทศซึ่งเราได้ไปเยี่ยม แล้วได้ต้อนรับเราด้วยความครึกครื้น แลความรักใคร่เป็นอันดีทั่วทุกแห่ง ไม่มีที่ยกเว้นเลย ..... ไม่มีสิ่งใดซึ่งจะทำให้ชาติหนึ่งต่อชาติหนึ่ง เกิดความไมตรีต่อกันแลกัน ยิ่งกว่าซึ่งได้ต่างรู้จักกันแลกันเป็นอันดี ประเทศหนึ่ง ๆ ย่อมถือชาติของตน ย่อมมีพงศาวดารของตน มีผู้เป็นเจ้าหรือเป็นประชาชนของชาติหนึ่ง ๆ ย่อมมีเหตุจะต้องรักบ้านเมืองของบรรพบุรุษแห่งตนแลตน แลป้องกันอิสรภาพแห่งประเทศนั้น ๆ ทั่วไป เพราะเหตุฉะนั้น เราทั้งหลายต้องมีความนับถือกันแลกัน ..... ความคิดเห็นอันนี้ เป็นที่ตั้งแห่งความชอบธรรม แลหน้าที่อันมีอยู่ในอำนาจแห่งความปกครองของประเทศทั้งหลาย ท่านผู้เป็นข้าราชการอันดีทั้งหลายของเรา ความมุ่งหมายซึ่งเรามีอย่างเดียวกัน จะต้องเป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองแก่กรุงสยาม ..... เราจะต้องไม่เป็นผู้ที่หลับตา ถือเอาอาการซึ่งจะเป็นการดีต่อชาติอื่น แต่จะไม่เป็นการดีหรือเป็นการด่วนเกินต้องการของประเทศสยามไป อีกฝ่ายหนึ่งเราจะต้องไม่เป็นหลงใหลหลับตา ถือมั่นตามแบบอย่างหรือกฎหมายโบราณ ซึ่งอาจดีได้ในกาลครั้งหนึ่ง แต่เป็นการล่วงพ้นจากความพอดี ซึ่งเรามีความต้องการแลมีความเห็นอยู่บัดนี้
..... แลเราทั้งหลาย จะเดินต่อไปด้วยกันในทางซึ่งสมควร แลเป็นทางที่เจริญขึ้นเป็นเนืองนิตย์ จะละหลีกทางที่แรงเกินไปทั้งสองฝ่าย คือจะไม่หยุดนิ่งเกินไป หรือไม่เดินเร็วเกินไปกว่าที่สมควรจะเดิน .....
พระราชดำรัสตอบ
พระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกาย พ.ศ. 2440
..... ข้าพเจ้าได้แสดงตนแล้วในที่ทั้งปวง ให้เห็นปรากฏได้ว่า ผู้ซึ่งถือพระพุทธศาสนาย่อมเป็นผู้มีธรรมที่ประพฤติอยู่ ถ้าหากว่าชนภายนอกพระพุทธศาสนา จะไม่เห็นว่าดีกว่า ก็คงจะเสมอด้วยผู้ซึ่งประพฤติดีแล้วในศาสนาของเขาทั้งหลายนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้รับความต้อนรับ แลความเชื่อถือว่า เป็นผู้ประพฤติดีในหมู่ผู้ถือศาสนาอื่นๆ ทั่วทุกแห่ง และเป็นผู้กลับมาด้วยความยินดี พอใจในศาสนาที่ตนถือว่า เป็นศาสนาอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ดีทุกประการ......
.........
พระราชดำรัสตอบ
พวกพม่า พ.ศ. 2440
..... เมื่อคิดถึง แลเมื่อได้ฟังถ้อยคำอันกล่าวยกย่องว่า เราเป็นเจ้าแผ่นดินผู้หนึ่งซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา คงอยู่ในโลกนี้ แท้จริงความรู้สึกเช่นนี้ ย่อมเกิดในใจเรา เมื่อได้พบเห็นขณะเมื่อเราเดินทางไปในประเทศยุโรป เมื่อพบประผู้ซึ่งถือศาสนาเดียวกัน ย่อมเกิดเมตตาจิตต่อกันแลกัน อีกส่วนหนึ่งต่างหาก จากความซึ่งเรามีความปราถนาที่จะเป็นมิตรไมตรี ต่อผู้ที่เราได้พบเห็นตลอดทางที่เราได้ไปนั้น .....
พระราชดำรัสตอบ
บรรพชิตญวนแลพวกญวน พ.ศ. 2440
..... เราย่อมถือมั่นอยู่เสมอว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อตัวเรามากทุกเมื่อ ท่านทั้งหลาย ย่อมมีส่วนด้วยในความยินดีแลความเศร้าโศกของเรา อันได้ปรากฎมาแล้วแต่ปางก่อน ตลอดจนถึงในครั้งนี้ ..... เรามีน้ำใจที่จะเป็นผู้ปกครองแลทำนุบำรุงท่านทั้งหลาย ให้ตั้งอยู่ในความสุข แลความสะดวกมั่นคงสืบไปภายหน้า .....















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น