วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อริสมันต์วืดประกัน นอนคุก คิวเทือกให้การ16ศพ


อริสมันต์

ผลพรฎ.-20เสื้อแดงเฮ นำ32นักโทษการเมือง มาคุมขังที่รร.พลตำรวจ ทั้ง”สุรชัย-สมยศ-อากง”

“อริสมันต์”รุดมอบ ตัวกับดีเอสไอ ส่งตัวให้อัยการส่งนำขึ้นฟ้องศาลทันที เผยศาล มีคำสั่งยกคำร้องไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษสถานหนัก เจ้าหน้าที่เรือนจำนำตัวไปคุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ “กี้ร์”นอนแดนเดียวกับที่แกนนำนปช.เคยถูกคุมขัง บช.น.ย้ายห้องสอบเค้นคดี 16 ศพ มาเป็นห้องที่มีความมิดชิดกว่า “เทือก”ลั่นไปตามนัดแน่ อัดเหลิมตาบอดไม่เห็นชายชุดดำฆ่าทหาร-ประชาชน ธิดารักษาการประธานนปช.เผยมีเสื้อแดง 20 คน ได้รับพระราชทานอภัยโทษวันนี้ เผยกรมราชทัณฑ์เตรียมย้ายผู้ต้องหา-นักโทษคดีการเมือง-คดีหมิ่นมาคุมขังที่ ร.ร.พลตำรวจบางเขนแทน ล็อตแรก 32 ราย วันที่ 21 ธ.ค.นี้

“กี้ร์”พบดีเอสไอมอบตัวสู้คดี

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. ที่กรมสอบ สวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสิงห์ทอง บัวชุม ทนายความของนายอริสมันต์ พร้อมด้วย นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พานายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ซึ่งมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย ลงมารับมอบตัวบริเวณด้านล่าง

ด้าน สมาชิกเสื้อแดง และกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ของกี้ร์ อริสมันต์ กว่า 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจ และรอมอบดอกกุหลาบแดงให้นายอริส มันต์บริเวณหน้าอาคาร โดยมีกำลังตำรวจ สน. ทุ่งสองห้อง ในและนอกเครื่องแบบ มาคอยดูแลความเรียบร้อย

จากนั้น นายธาริตนำตัวนายอริสมันต์ ขึ้นไปห้องสอบสวนบริเวณชั้น 4 พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 5 คดี ประกอบด้วย คดีบุกรุกอาคารรัฐสภา คดีบุกรุกสถานีดาวเทียมไทยคม จ.ปทุมธานี คดีก่อการร้าย คดีปล้นอาวุธปืนจากทหาร และคดีจี้บังคับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงแรม เอสซี ปาร์ค พระราม 9 เบื้องต้นนายอริสมันต์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนดีเอสไอจะทำประวัติ และ พิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำตัวส่งอัยการคดีพิเศษ ใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 1 ชั่วโมง

เสื้อแดงรุดให้กำลังใจ-ตะโกนสู้ๆ

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ระหว่างนายอริสมันต์เดินออกมาจากอาคารดีเอสไอ กลุ่มเสื้อแดงต่างพากันถือป้ายข้อความ “อริสมันต์ สู้ๆ” และ “ต้อนรับการกลับมา” และพากันกรูเข้าประชิดตัวนายอริส มันต์เพื่อขอถ่ายรูป มอบดอกไม้ บางรายพยา ยามกระโดดหอมแก้มจนการ์ดต้องทำงานหนัก และพยายามเดินแหวกวงล้อมเสื้อแดงเพื่อนำตัวนายอริสมันต์ไปขึ้นรถดีเอสไอ จอดรออยู่ด้านหน้า เพื่อไปส่งอัยการอย่างทุลักทุเล จากนั้นกลุ่มเสื้อแดงสลายการชุมนุมและรีบติดตามไปให้กำลังใจนายอริสมันต์ต่อ ที่สำนักงานอัยการ ถนนรัชดาฯ

นายอริสมันต์กล่าวว่า การเข้ามอบตัวกับดีเอสไอวันนี้ เพราะตนมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเรื่องความปลอดภัย ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยขยายข่าว เผยแพร่ความจริงเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตย ตนไม่ได้ต้องการที่จะล้มล้างใคร ส่วนข้อกล่าวหาทั้ง 5 ข้อนั้นค่อนข้างรุนแรง ซึ่งคงจะทำเรื่องร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาใหม่ และจะขอต่อสู้คดีในชั้นอัยการต่อไป

นายอริ สมันต์กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมาได้มีการไล่ล่าตนและคนเสื้อแดง อาทิ ความพยายามจะอุ้ม การซุ่มทำร้าย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเป็นห่วงความปลอดภัยในชีวิต จึงแนะให้หลบเลี่ยงไปก่อน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยออกมามอบตัว ส่วนการชุมนุมทางการเมืองหลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะชุมนุมไปเพื่ออะไร เพราะเห็นว่าได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น การได้รัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนที่ต้องดำเนินการต่อไปเป็นหน้าที่ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้แค่ไหน และนำบ้านเมืองไปสู่ความปรองดองได้หรือไม่

ยอมรับกังวลจะไม่ได้ประกันตัว

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ช่วงหลบหนีคดีกว่า 1 ปี อยู่ในกัมพูชาใช่หรือไม่ นายอริสมันต์กล่าวว่า เป็นอย่างที่ทุกคนรู้ ได้เดินทางไปพักอยู่หลายที่ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บ้างหรือไม่ นายอริสมันต์กล่าว ว่า ยังไม่ได้คุย

ที่ศาลอาญา นายอริสมันต์กล่าวว่าขณะนี้ตนยึดหลักการให้อภัย ไม่อาฆาต และไม่ได้หวังว่าจะได้เข้าไปดำรงตำแหน่งหรือทำงานทางการเมือง เพราะคงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเวลานี้ ที่ผ่านมาว่าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้คิดล้มล้างอะไร หรือทำให้เกิดมีความรุนแรง ส่วนที่ปรากฏภาพที่ตนถือน้ำมันเตรียมจะเท แล้วกล่าวหาตน ก็ยืนยันว่าตนมีคลิปที่จะนำมาใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานต่อสู้ในศาล เพราะคลิปต่างๆ ที่ปรากฏออกมาเป็นเพียงบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งตนกระทำเพื่อลักษณะป้องปรามมากกว่า ไม่ใช่ก่อเหตุรุนแรง

นายอริ สมันต์กล่าวว่า รู้สึกกังวลเหมือนกันว่าศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่ เพราะไม่มีใครอยากเข้าไปนอนในเรือนจำ แต่ยืนยันที่หายไปพักต่างประเทศ ก็เพราะไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ขณะนี้กลับมาก็มั่นใจที่จะสู้คดีและคงไม่ไปไหน เพราะประเทศไทยคือบ้านของตน

ศาลยกคำร้อง-ไม่ให้ประกัน

เมื่อ เวลา 12.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 นำตัว นายอริสมันต์มายื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4958/2554 เพื่อนัดสอบคำให้การต่อไป

ต่อมาเวลา 16.30 น. ศาลอาญา มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนายอริสมันต์ จำเลยคดีก่อการร้าย โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้มีข้อหาร้ายแรง และอัตราโทษสูง หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีตลอดมา แม้จำเลยจะเข้ามอบตัวต่อพนักงานก็เป็นเวลานาน และยังเป็นบุคคลที่ศาลอาญาออกหมายจับในคดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่น หมายเลขดำที่ อ.4177/2552, อ.1463/2553 ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุพอเพียงให้ศาลเชื่อได้ว่าหากอนุญาตปล่อยตัวชั่ว คราวแล้วจะไม่หลบหนีอีก ให้ยกคำร้อง

จากนั้น นายวาสุเทพ ศรีโสดา ทนายความของนายอริสมันต์กล่าวว่า หลังจากนี้จะปรึกษาทีมทนายความการยื่นคำอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวที่จะยื่น ในวันพรุ่งนี้ โดยคาดว่าจะพิจารณา เพิ่มหลักทรัพย์ที่จะใช้ยื่นประกันจากเงินสด 1.2 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาท

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำสั่งแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เตรียมควบคุมตัวนายอริสมันต์ ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเวลา 18.00 น. ระหว่างนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากที่รอให้กำลังใจนายอริสมันต์ตั้งแต่ช่วงบ่าย จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ และโทรศัพท์แจ้งความคืบหน้ากันภายในกลุ่ม ขณะที่บางส่วนพากันร่ำไห้ด้วยความเสียใจ

แดงช่วยผู้ต้องหาคดีการเมือง

ที่ ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. พร้อมนายสมหวัง อัษราศี แกนนำนปช. ร่วมแถลงว่า ทางนปช.ต้องการให้แก้ไขทั้งเรื่องราวที่เป็นผลพวงมาจากรัฐ ประหาร อีกด้านหนึ่งจะดำเนินการช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ถูกจับกุม รวมทั้งการพยายามเอาคนผิดมาลงโทษ

นางธิดากล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นาย อริสมันต์กลับเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อมอบตัวต่อสู้คดี เชื่อว่าจะได้รับการประกันตัว ซึ่งการเกิดรัฐ ประหารนั้นทำให้คนเสื้อแดงมีคนตายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งบาดเจ็บ และยังมีผู้ถูกกุมขังอยู่อีก 94 ราย ซึ่งนปช.ช่วยเหลือให้ผู้ที่ถูกกุมขังอันมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งรวมไปถึงคดีหมิ่นประมาท คดีมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 28 คน ทัณฑสถานหญิงกลาง 1 คน เรือนจำธนบุรี 1 คน เรือนจำนนทบุรี 2 คน ทั้งหมด 32 คน ซึ่งจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ถึงแม้จะยังเป็นที่คุมขัง แต่เป็นการแยกออกจากคดีอาชญา กรรมทั้งปวง นปช.เป็นเสรีชนที่ต้องการความเท่าเทียม ต้องการให้ประเทศนี้มีคนที่มีความคิดแตกต่างอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ถูกกระทำ เหมือนที่พวกเราถูกกระทำ เราไม่ใช่มนุษย์พันธุ์ที่ดีแต่พูด แต่เราเป็นพันธุ์มนุษย์ที่ทำงาน

ย้ำมาร์ค-เทือกต้องถูกดำเนินคดี

ประธาน นปช.กล่าวว่า ส่วนทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมขั้นต้น คือ การไปให้ปากคำกับตำรวจ ซึ่งเรื่องนี้หากทั้งคู่ตัดสินใจอย่างนี้ตั้งแต่ปี 2553 การตายก็คงไม่เกิดขึ้น คนเสื้อแดงเพียงต้องการเรียกร้องให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่า เทียมกัน จะไม่มีการแกล้งใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทั้งคู่ไม่ยอม ต้องรอให้ฆ่าประชาชนก่อน นี่จึงเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ต้องเผชิญด้วยการตรวจสอบค้นหาความเป็นจริง เอาคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

ในคดี 91 ศพนั้น อยากให้ทั้งคู่เข้าสู่การสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง นี่เป็นการทำเพื่อทวงความยุติธรรมเข้ากับคนตาย และคนบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งทั้งคู่ได้ให้ปากคำกับคณะกรรมการสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา เป็นลายลักษณ์อักษร จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหลักฐานเหล่านี้มาประกอบการดำเนินคดีด้วย ซึ่งคนเสื้อแดงไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้งใคร เพียงแต่ต้องการให้ความจริงปรากฏ และพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศนี้สามารถจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความยุติธรรม ซึ่งจุดยืนของเราคือ 1.การทำความจริงให้ปรากฏ 2.เอาคนผิดมาลงโทษ และ 3.จะไม่ให้เกิดการฆ่าคนกลางถนนในเมืองเช่นนี้อีก และอยากให้คนเสื้อแดงที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหลาย มาเอาผิดกับคนเหล่านี้ให้ได้ โดยมาแจ้งความกับสถานีตำรวจได้ทุกที่ เพราะคนเหล่านี้จะเป็นพยานชั้นดี เพื่อมาเรียกร้องความยุติธรรม

เชื่อจตุพรถูกวินิจฉัยพ้นส.ส.แน่

นาง ธิดากล่าวอีกว่า ตอนนี้น้ำเริ่มแห้ง กิจ กรรมทางการเมืองของเราจะเริ่มขึ้น ซึ่งนปช.ต้อง การให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 50 แล้วร่างรัฐธรรม นูญใหม่ โดยมีต้นแบบของรัฐธรรมนูญอยู่ 3 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญ ปี 2489 รัฐธรรมนูญ ปี 2540 และรัฐธรรมนูญ ปี 2547 โดย นปช.จะยึดรัฐธรรมนูญ 2540 ร่างคปพร.และข้อเสนอของคณาจารย์นิติราษฎร์ เป็นต้นแบบในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยจะทำควบคู่ไปกับพรรคการเมืองในรัฐสภา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความมุ่งมั่นที่ต้องทำให้บรรลุให้ได้ นอกจากนั้นยังมีกฎ หมายที่มีปัญหา อาทิ มาตรา 112 พ.ร.บ.กลา โหม พ.ร.บ.ความมั่นคง เราก็ต้องศึกษาและทำขึ้นใหม่ด้วย เพื่อให้ประเทศนี้ก้าวไปสู่นิติรัฐ มีนิติธรรมอย่างแท้จริงให้ได้

“ขณะ นี้ประเทศไทยยังมีปัญหาของนิติรัฐ นิติธรรมยังดำรงอยู่ ยกตัวอย่างประเด็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ถูกกกต.ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญนั้นน่าจะถูกตีความให้พ้นสภาพความเป็น ส.ส. และอาจเป็นไปได้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจถูกยุบอีกครั้ง แต่คาดว่าถ้ามีการยุบ ส.ส.จะมีมากกว่าเดิม เพราะคงไม่มีส.ส.ของพรรคเพื่อไทยไปอยู่พรรคการ เมืองอื่น มีแต่พรรคอื่นจะขอมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งขณะนี้การเมืองไทยยังไม่นิ่ง ยังมีหลายประเด็นที่ต้องติดตาม อยากเรียนไปถึงกกต.ด้วย เป็นรัฐธรรมนูญของท่านที่ทำให้เป็นอย่างนี้ การที่กกต.จะมาอ้างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 8, 19, 20 ซึ่งมีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญย่อมไม่ได้” นางธิดากล่าว

เปิดคุกนักโทษคดีการเมือง

วัน เดียวกัน นางธิดา เปิดเผยว่า หลังจากยื่นเรื่องกับพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติ ธรรม ขอให้ย้ายผู้ต้องขังคดีการเมืองออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาขังที่เรือนจำชั่วคราวโรงเรียนพลตำรวจบางเขน จำนวน 32 ราย มีผู้ต้องโทษจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จำนวน 28 ราย ทัณฑสถานหญิงกลาง 1 ราย เรือนจำพิเศษธนบุรี 1 ราย และเรือนจำจังหวัดนนทบุรี 2 ราย ถือเป็นผู้ต้องหากลุ่มแรกที่ย้ายมาอยู่ที่แห่งใหม่

นางธิดากล่าวต่อ ว่า การย้ายนักโทษการเมืองทั้ง 32 ราย ทราบจากกรมราชทัณฑ์ว่าจะย้ายเข้ามาอยู่ที่เรือนจำดังกล่าววันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งจะมี นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายอำพล ตั้งนพกุล หรืออากง และนักโทษที่กระทำผิดคดีหมิ่นสถาบันรายอื่นๆ ด้วย ขณะนี้เรือนจำดังกล่าวได้ปรับปรุงเสร็จแล้ว

นางธิดาเปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่จำนวน 94 คน นั้น จะมี 20 คน ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ในวันที่ 8 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ อยู่ในโรงเรียนพลตำรวจบางเขน สังกัดบช.น. ปรับปรุงเพื่อเตรียมรองรับการควบคุมตัวนักโทษคดีการเมืองและนักโทษต่าง ประเทศ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ปรับปรุงอาคารเดิมความสูง 4 ชั้น โดยทาสีเหลืองที่รั้ว ส่วนด้านนอกอาคารทาสีส้ม ภายนอก อาคารการติดเหล็กดัดเพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี ทั้งนี้เรือนจำดังกล่าวเคยใช้เป็นที่คุมขัง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง เมื่อปี 2535 ในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

บช.น.ย้ายห้องเค้นเทือก-มาร์ค

ที่ บช.น. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 14.00 น. นายสุเทพยืนยันว่าจะพบพนักงานสอบสวนคดีสำนวน ชันสูตร 16 ศพ ส่วนนายอภิสิทธิ์ นัดว่าจะมาพบวันที่ 9 ธ.ค. เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า สำนักข่าวรอยเตอร์แจ้งหนังสือในทางลับก่อนส่งเอกสารให้ตำรวจแล้ว ผบช.น.ว่า ได้รับแล้วเป็นเอกสารสรุปของรอยเตอร์ และส่งไปแปลอยู่ เพราะเป็นภาษาอังกฤษ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บช.น.จัดเตรียมห้องประชุมปารุสกวัน 2 ไว้สำหรับสอบสวนนายสุเทพ ในวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 14.00 น. และนายอภิสิทธิ์ในวันที่ 9 ธ.ค. เวลา 13.00 น.

ก่อนหน้านี้ บช.น.เคยเตรียมห้องประชุมปา รุสกวัน 1 แต่เปลี่ยนมาเป็นปารุสกวัน 2 แทน เพราะมิดชิดกว่า สำหรับปารุสกวัน 2 เคยใช้สอบปากคำคดีสำคัญๆ เช่น น.ส.แพรวามารับทราบข้อกล่าวหาขับรถเฉี่ยวชนบนทางด่วนโทลล์เวย์ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมทั้งใช้เป็นห้องประชุมคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายบช.น.มาทุกสมัย สามารถควบคุมชั้นความลับได้ดีกว่าด้วย

อริสมันต์นอนคุกแดนเดียวกับตู่

เวลา 17.30 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายอริสมันต์จากศาลอาญาโดยรถควบคุมนักโทษมายัง เรือนจำ หลังศาลไม่ให้ประกันตัว ส่วนบรรยากาศด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ค่อนข้างเงียบเหงา มีกลุ่มเสื้อแดงบางตามารอส่งนายอริสมันต์เข้าเรือนจำ ส่วนนางระพิพรรณ ภรรยานายอริสมันต์ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง เดินทางตามจากศาลด้วยรถยนต์ส่วนตัว จึงมาไม่ทันรถของเรือนจำ

ด้าน โสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะนำตัวนายอริสมันต์ ไปคุมขังยังแดนแรกรับ ซึ่งเป็นแดนเดียวกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขังก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ไม่ต้องดูแลเข้มงวดเป็นพิเศษ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เรือนจำจะชี้แจงข้อปฏิบัติและระเบียบเรือนจำ ตามขั้นตอนปกติ ก่อนรอการจำแนกต่อไป

ด้านนางระพิพรรณกล่าวเพียงสั้นๆ ว่ารู้สึกผิดหวังที่สามีไม่ได้ประกันตัว

เทือกอ้างทำตามกม.-ไม่กังวล

เวลา 10.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า วันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ตนจะเตรียมตัว เตรียมเอกสารเกี่ยวข้องกับวันที่ 10 เม.ย.53 ไปชี้แจงด้วย ไม่กังวลและไม่กลัวจะถูกเช็กบิล เพราะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปกป้องบ้านเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย แล้วไม่ต้องคิดเลยเถิดจะไปนิรโทษกรรมให้ตนและนายอภิสิทธิ์ โดยพยายามจะยัดเยียดให้พวกตนกลายเป็นผู้ต้องหา เพื่อเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมจะได้อ้างว่าทำเพื่อทุกฝ่าย ดังนั้นอย่าเพิ่งไปสรุป ขอให้ดูกันไปก่อน เพราะเขาอาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์ใจก็ได้ ซึ่งตนก็จะให้ความร่วมมือทุกขั้นตอน

“ผมจะไม่ยอมถูกนำไปอ้างเรื่องนิรโทษกรรม ผมจะพูดความจริง และไม่กลัวที่จะพูดความจริง ไม่ว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร แม้จะมีเสียงน้อยก็จะพูดความจริง เพราะผมเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2552 และ 2553 ประชาชนทั้งประเทศได้เห็นชัดเจนว่าใครผิด ใครถูก ผมเป็นผู้รักษากฎหมายจะถูกยัดเยียดความผิดให้ก็ต้องต่อสู้ตามกระบวนการ ยุติธรรม ยืนยันว่าไม่หนีออกนอกประเทศ และพร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม” นายสุเทพกล่าว

ซัดเหลิมตาบอดไม่เห็นชายชุดดำ

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเมื่ออำนาจเปลี่ยนคิดว่าความยุติธรรมจะเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เชื่อในระบบยุติธรรมและศาลไทย ตนไม่กังวลใจ เพราะบุคคลนั้นมาชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็ไป แต่ระบบยังอยู่ ดังนั้น ต้องเชื่อมั่นในเรื่องนี้ ประเทศเราถึงจะอยู่ได้ ตนยังให้ความเคารพนับถือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย จะไม่รีบไปทึกทักว่าเขาทำเพื่อรับใช้นักการเมืองหรือไม่ แต่จะร่วมมือกับเขา

ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่า สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ส่งนักสืบมา แล้วส่งข้อสรุปให้กับทางรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่ได้ให้ไว้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เคยรับทราบเรื่องนี้มาก่อน ขอบอกว่าไม่เคยเชื่อถือ คำพูดร.ต.อ.เฉลิม และเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากไม่เชื่อถือด้วย ดังนั้น ไม่หวั่นไหว ส่วนที่ร.ต.อ. เฉลิมระบุไม่มีชายชุดดำในการสลายการชุมนุมนั้น ตนคิดว่าร.ต.อ.เฉลิมอาจตาบอด และสมอง ไม่ดี ไม่รู้จะแปลว่าอะไร เพราะคนเขาเห็นกัน ทั้งประเทศ มีแต่ร.ต.อ.เฉลิมที่ไม่เห็นอยู่คนเดียว ซึ่งถือเป็นความพยายามในการบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่คงทำไม่ได้ เพราะประชาชนเขาเห็นทั้งประเทศ มาเปลี่ยนจากขาวให้เป็นดำ จากดำให้เป็นขาวคงทำไม่ได้

วอลล์โชว์หมายจับ-ยื่นอายัดกี้ร์

ด้าน นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนได้โทรศัพท์พร้อมส่งโทรสารหมายศาลจ.สงขลา ไปยังผบช.น. และจะประสานอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอเจ้าหน้าที่อายัดตัวนายอริสมันต์ และนำตัวส่งศาลจังหวัดสงขลา เนื่องจากตนฟ้องนายอริสมันต์ ข้อหาหมิ่นประมาทในการโฆษณา ซึ่งผบช.น.รับปากว่าจะรับไปดำเนินการ แต่ขอดูข้อกฎหมายก่อน หากไม่ดำเนินการตามกฎหมายเท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเท่าที่ตรวจสอบขณะนี้นายอริสมันต์ มีหมายจับทั้งหมด 8-9 ฉบับ

เหลิมปัดไปพบทักษิณที่ปักกิ่ง

เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาของนายอริสมันต์ว่า ตนไม่ทราบเป็นการส่วนตัว แต่ตำรวจรายงานว่านายอริสมันต์มอบตัวที่ดีเอสไอ ซึ่งจะมีขั้นตอนกระบวนการต่างๆ และยื่นคำร้องขอประกันตัว ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะให้ประกันหรือไม่ ถ้าไม่อนุญาตให้ประกันก็ถูกนำตัวไปเรือนจำ เป็นอำนาจและดุลพินิจของศาล รัฐบาลไปเกี่ยวข้องไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่าพ.ต.ท.ทักษิณได้พูดคุย เรื่องแนว ทางการกลับประเทศบ้างหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยคุยกับตน และไม่มีบอกผ่านใครมาถึง เมื่อถามว่าได้เจอกับพ.ต.ท. ทักษิณ ที่กรุงปักกิ่ง หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า พูดไปก็มุสาวาท ไม่ได้บอกว่าเจอหรือไม่เจอ พูดไปเดี๋ยวผิดศีล แต่ที่ทราบคือปักกิ่งหนาวมาก

เมื่อ ถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์กล่าวหาชี้นำการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดีการสลายการ ชุมนุม 91 ศพ รองนายกฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย.53 ต่อเนื่องถึงวันที่ 19-23 พ.ค.53 ซึ่งตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็นการตายโดยผิดธรรมชาติ แต่ไม่ได้ตายโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน จึงส่งเรื่องให้ดีเอสไอสอบสวน แต่ปรากฏว่ามีบางคนที่ถูกฆ่าโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอจึงขอทำสำนวนขอชันสูตร พลิกศพโดยดีเอสไอเอง

โต้กลับมาร์ค-อัยการสั่งให้สอบ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อตนเข้ามาเป็นรองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เสนอว่าดีเอสไอจะขอเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพ ตนบอกว่าไม่ได้ เพราะเป็นการตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเอสไอไม่มีอำนาจ ต้องให้พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่พบศพชันสูตรพลิกศพ และให้ดีเอสไอส่งเรื่องคดี 13 ศพ ให้บช.น.และต่อมาเพิ่มคดี 3 ศพ ที่ในสำนวนระบุว่าเป็นการตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมเป็น 16 สำนวน หากเป็นการตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวนต้องเรียกแพทย์ พนักงานปกครอง พนักงานอัยการ สอบสวนภายใน 30 วัน จากนั้นพนักงานอัยการต้องส่งสำนวนให้ศาลไต่สวน ซึ่งศาลจะใช้อำนาจเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อบช.น.ร่วมกับอัยการร่วมกันสอบสวนไปได้ 5 สำนวนและยื่นศาลไต่สวน แต่มีทหารหลายคนให้การว่าสาเหตุที่ทหารออกมาปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ต่างๆ นั้น มาตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถาน การณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ นายกฯในขณะนั้นและนาย สุเทพ อดีตรองนายกฯและอดีตผอ.ศอฉ. เป็นผู้สั่งการ ดังนั้นเมื่อความปรากฏชัด อัยการจึงสั่งให้สอบทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เพราะมีกรณีที่ถูกพาดพิงถึง

“ที่นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าผมเข้าไปแทรกแซงนั้นไม่ใช่ และเข้าใจผิด เพราะคนที่ชี้นำให้สอบ สวนนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ คือพนักงานอัยการ ที่เข้าร่วมสอบชันสูตรพลิกศพ และที่นายอภิสิทธิ์บอกว่าผมทำเรื่องนี้เพื่อเอาใจคนหนึ่งคนใดนั้นเข้าใจผิด เพราะผมเอาใจสุจริตชนทั้งประเทศ เรื่องผิดกฎหมาย ผมไม่กล้าทำกลัวติดคุก เพราะอำนาจที่อยู่ในมือมันเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนที่สำนักข่าวรอยเตอร์ให้นักสืบช่วยสืบสวนก็ทำมานานแล้ว เพราะเขาห่วงนักข่าวของเขา เมื่อเขาเห็นว่าผมวางแนวทางการทำงานถูกก็ส่งหลักฐานมาให้ตำรวจ ตำรวจก็ส่งเอกสารแปล ส่วนเรื่องที่นำตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนที่จ.สระบุรีและอ้างว่ามีปืนทราโว่ เป็นชายชุดดำ แต่คนที่ไปให้การบางคนให้เขาเซ็นรับรองว่าเป็นเขาก็ไม่เซ็น” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ระบุ6ศพวัดปทุม-ฝีมือจนท.รัฐชัด

ผู้ สื่อข่าวถามว่าเมื่อถามว่าผู้ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนารามนั้น ผลสอบสวนถือว่าตรงไปตรงมาแล้วใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐฆ่าชัดเจน ต่อข้อถามว่าแสดงว่าเป็นการยิงลงมาจากรางรถไฟฟ้าใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ชัดเจน ถ้ามองตามวิถีกระสุน แต่เจ้าหน้าที่รัฐเขาจะได้รับข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 และมาตรา 70 บอกได้ว่างานนี้ใครก็ตามที่เป็นคนสั่งการแล้วไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม จะต้องเป็นคนรับผิดชอบและเอกสารการสั่งของศอฉ.ทุกฉบับ ตนมีหมด เพราะ มีคนนำมาให้ หลักฐานชัดเจน ใครที่เคยบอกว่าผมสั่งผมรับผิดชอบ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าสั่งเพราะอะไร

เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ ตัดพ้อว่ารัฐบาลระบุว่าจะสร้างความสามัคคี แต่กลับทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องการเมือง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ นายอภิสิทธิ์ เข้าใจผิดและตนก็บอกไปแล้วว่าคนชี้นำคืออัยการส่วนเรื่องปรองดองนั้นเกิด หลังจากการปฏิวัติ แต่เรื่องท่านมามันเรื่องฆ่าคนตาย

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะรื้อคดี 12 สำนวน ที่พนักงานสอบสวนในรัฐบาลชุดที่แล้วระบุเป็น การการกระทำโดยกลุ่มคนเสื้อแดงเองหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เอาหลักฐานที่ระบุว่าเสื้อแดงฆ่า ไม่มีสำนวนที่สอบแล้วพบว่าเสื้อแดงฆ่า มีแต่เสื้อแดงถูกฆ่า ส่วนคดี 16 สำนวน นั้นได้ข้อยุติว่าตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และ 6 ศพในวัดปทุมฯ เป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐเช่นกัน

เมื่อถามว่าหากนายสุเทพ ย้อนถามว่าคนที่กระทำการเป็นชายชุดดำจะอธิบายตอบอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้มีคนไปให้การว่าแล้วมาคุยกันเองว่าซุ้มที่อยู่ชุดดำหรือไม่ เขาบอกไม่รู้ รู้แต่ศอฉ.บอก งานนี้สังคมไทยจะได้รู้ความจริง ส่วนชุดสีน้ำเงินที่พัทยา ก็เอามาจากอุดรฯหลายคนจะมาหาตนมาไถ่บาป ตนบอกไปว่าต้องรับบาป เพราะคนตายไปเยอะ

เผยเคยหารือคดี 91 ศพกับบิ๊กตู่

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีชันสูตรพลิกศพ 16 สำนวน เข้าพบร.ต.อ. เฉลิม ที่ห้องทำงานชั้น 4 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล หารือประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามร.ต.อ.เฉลิม ถึงการเดินทางเข้าพบของรองผบช.น. ว่าเป็นการหารือถึงความคืบหน้าการเชิญนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพมาให้ปากคำใน คดีดังกล่าว ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่ เป็นการพูดคุยเรื่องปัญหาเว็บไซต์ หมิ่นสถาบัน

ร.ต.อ.เฉลิมยังให้ สัมภาษณ์ถึงการที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เชิญไปพบและร่วมรับประทานอาหารที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ร่วมรับประทานอาหารด้วย ว่า รู้จักพล.อ.ประยุทธ์ มานานแล้ว เพราะเป็นคนบาง ขุนเทียน ชอบพอกัน อีกทั้งสมัยที่ตนเป็นรมว. มหาดไทยก็เคยไปเยี่ยมพล.อ.ประยุทธ์ ที่ตอนนั้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 เมื่อถามว่าได้พูดถึงคดีผู้เสียชีวิตในการสลายการชุมนุมทางการเมือง 91 ศพ ด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มี ไม่เกี่ยว แต่ได้คุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

ที่มา : ข่าวสด


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น