ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ Thailand > เรื่องทั่วๆไปที่คนไทยควรรู้ >
วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
‘อำนาจ’ ไม่สำคัญเท่า ‘เจตนา’
ไม่วันนี้…ก็พรุ่งนี้ จะได้รู้ “๒๐๐ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ-สนช.” มีใครบ้าง และเมื่อเห็นรายชื่อแล้ว ก็จะหมดปัญหาซะที ไม่ต้องถามไถ่ให้มากความว่า…….
…….”ใครเป็นประธาน”?
ชื่อคนก็เหมือนยี่ห้อยา บอกผู้บริโภครู้เองว่ายี่ห้อไหนมาแรงในท้องตลาด!
ประกาศออกมาแล้ว ก็คงมีคนบ่นว่า…โฮย…ทหารมากจัง นักวิชาการมากจัง หรือข้าราชการประจำมากจัง
หรือไม่ก็ คนนั้น สายบิ๊กนี้ คนนี้ คอนเนกชันบิ๊กโน้น!
สรุป…
ไม่ว่าตั้งใคร หรือตั้งใหม่อีก ๑๐ รอบ เมื่อประกาศออกมา ย่อมหนีนินทา หนีติ หนีครหาไม่พ้น วันยังค่ำคืนยังรุ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะนี่คือธรรมชาติ “สัตว์สังคม” เมื่ออยู่ร่วมกัน!
ฉะนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำ คสช. ใคร่ครวญแล้ว ตรวจสอบปูมประวัติแล้ว เห็นว่าใคร-อะไร เหมาะควรกับงานแล้ว
ตั้งไปเถอะครับ….!
เสียงนก-เสียงกา ฟังได้ แต่จะเอามาเป็นอารมณ์ไปทุกเรื่อง-ทุกกรณีไม่ได้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า สิ่งที่ทำ สิ่งที่ตัดสินใจนั้น
“บริสุทธิ์-ไม่แอบแฝง” เป็นใช้ได้!
“นาย” มีเอาไว้เคารพในฐานะผู้ใหญ่ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อ-ต้องทำตามมันไปทุกเรื่อง
การขัดใจนาย แต่ได้ประโยชน์ส่วนรวม นี่อาจไม่ใช่ “ลูกน้องที่ดี” ในสายตานาย แต่แบบนี้แหละคือ “ผู้นำที่ดี” ในสายตาและความต้องการประชาชน
เมื่อมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ตามโรดแม็พ ดูเหมือนว่า งานแรกที่ต้องทำคือ คัดหาตัวคนเป็นนายกฯ เพื่อให้นายกฯ จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ
พร้อมกันนั้น ก็ต้องตั้ง “สภาปฏิรูปฯ” ตั้งฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญ เท่าที่สังเกต พลเอกประยุทธ์ “บริหารแผนงาน” ตามโรดแม็พ ได้สอดคล้องกับ “เทอมเวลา” เคร่งครัด
ถ้าเป็นไปตามนั้น โดยไม่มีเหตุขัดขวางระหว่างทาง ภายในตุลา ๕๘ คือ “ปีหน้า”
คงสมเจตนา wait and no rush!
ทุกอย่างจะเป๊ะๆ ตามพิมพ์เขียวได้ มีทางเดียว พลเอกประยุทธ์ต้องพร้อม “ขัดใจบางคน-บางกลุ่ม” เพื่อให้ได้ประโยชน์กับทุกคน-ทุกกลุ่มตามแผน ตามระยะเวลา
พูดตรงๆ คือ…อย่านำเสียงหมาเห่ารายทางมาปรารมภ์ มาเป็นอุปสรรคให้สะดุด หยุดชะงัก ในแต่ละขั้นตอนงานให้มากนัก
ใครจะค่อนแคะยังไงก็ช่างเขา เพราะโลกนี้ ที่มันหมุนอยู่ได้ เพราะ “ความเข้าใจผิด” ของมนุษย์นี่แหละเป็นพลังขับเคลื่อนตัวมานะให้เดินหน้า ด้วยสัมมาทิฐิ
ใครบริหารประเทศไทยขณะนี้….?
ชื่อ “อันเป็นที่มา” ก็บอกอยู่แล้ว “คณะควบคุมอำนาจปกครองประเทศ” โดยกองทัพ ภายใต้ระบบเผด็จการทหาร
ไม่ใช่ผู้บริหารประเทศ โดยรัฐบาล ภายใต้ระบบรัฐสภาจากการเลือกตั้ง!
เมื่อปกครองโดยกองทัพ หมายความว่า “ประเทศชาติ-ประชาชน” บนความล่มสลาย, บนความก้าวหน้า รุ่งเรือง ก้าวไกล ทั้งหลาย-ทั้งปวง
กองทัพในนาม คสช.
ต้องรับทั้งผิด-ทั้งชอบ!
เมื่อ คสช.เป็นผู้รับผิดชอบ โดยกองทัพ ไม่ใช่รัฐบาลเลือกตั้ง โดยประชาชนผ่านพรรคการเมือง เป็นผู้รับแต่ชอบ
ฉะนั้น….ลุยไปเลย!
ถูกด่าวันนี้ มีเสียงสรรเสริญวันหน้า เป็นวีรบุรุษ ดีกว่าประจี๋-ประจ๋อประชาชน แลกเสียงสรรเสริญวันนี้ แต่ประเทศชาติป่นปี้วันหน้า เป็นนังกาลีเมือง
ที่แถลงไว้ว่าเป็นเงื่อนไข คสช.ต้องเข้ามาแก้ มีอะไรบ้าง ตรงนั้นคือแจ็กพอต คสช.ต้องมุ่งตีแจ็กพอตให้แตก
แจ็กพอตแตก คือระบอบทักษิณ การทุจริต คอร์รัปชัน การกอบโกย โกงกินทรัพยากรแผ่นดิน การเมืองอิทธิพลท้องถิ่น
รวมทั้ง การบั่นทอนความมั่นคง ที่มุ่งเป้าล้มระบอบ-ล้มสถาบัน เหล่านี้…ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ “เผด็จการทหาร”
ต้องล้างให้เหี้ยน ขจัดเสี้ยนแผ่นดินให้หมด!
ทำอย่างนี้จึงจะคุ้มเสียงด่า เสียงค่อน-เสียงขอด จากพวกมนุษย์มอดสังคม และด้วยภารกิจหนักหนาเช่นนี้ คสช.จะทำอะไร จะตั้งใคร จะเขียนกฎหมายชั่วคราวอย่างไร
ผมจึงไม่สนใจ ยุด้วยซ้ำ…”ทำไปเลย”
ถ้าสิ่งที่ทำนั้น คสช.เห็นว่า มีแล้ว จะเป็นเครื่องมือให้บรรลุภารกิจเพื่อสังคมชาติได้ตามเป้า!
อย่างกรณีมาตรา ๔๔ ให้อำนาจเบ็ดเสร็จหัวหน้า คสช.ไว้ในกรณีเกิดเหตุการณ์สำคัญบางกรณี
เอาเลย…เสียงลอยตามลมมาเชียว สฤษดิ์น้อยมาแล้ว ผู้อยู่เหนือทุกอำนาจประเทศ ต่างๆ นานา ในความหมายว่า “เผด็จการอำนาจล้นฟ้า-ล้นดิน”
ผมดูแล้วก็ขำ….!
ในเรื่องอำนาจครอบจักรวาลนี้ ไม่ใช่สรุปด้วยยินดี หรือรังเกียจ และไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตยหรือเผด็จการ
ในมุมมองผม มันเกี่ยวอยู่ตรงว่า ขณะนั้น เราอยู่กับอะไร สถานการณ์ไหน และด้วยเหตุผล-เงื่อนไขอะไรเป็นหลักมากกว่า
ตอนเป็นประชาธิปไตยเลือกตั้ง ก็ไม่เห็นว่าประชาธิปไตยเปลือกๆ จะทำให้บ้านเมืองเป็นเงิน-เป็นทองได้
เห็นแต่ “ตัวเงิน-ตัวทอง” คลานเกลื่อนทำเนียบฯ-รัฐสภา!
และตอนเป็นเผด็จการทหารยุคพลเอกสนธิ ก็ไม่เห็นว่าเผด็จการอำนาจเบ็ดเสร็จ จะใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองอะไร ตรงไหนได้
เห็นแต่ “เพาะเชื้อร้าย” นำไปสู่ จลาจลเผาบ้าน-เผาเมือง!
ก็ชัดว่า ระบบ-ระบอบ ไม่สำคัญเท่า “สุจริต-จริงใจ” ของผู้นำบริหาร ที่กล้าหาญใช้อำนาจในมือ เป็นไปบนฐานประโยชน์ชาติ-ประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้อง
ตอนพลเอกสนธิปฏิวัติ ถูกค่อน ถูกขอด ถูกเยาะ ถูกเย้ย ว่า..เฮ้ย เว้ย มันซื่อ หรือมันบื้อ กันแน่วะ?
ปฏิวัติทั้งที กลับเป็นยักษ์ไม่มีกระบอง เขียนกฎหมายชั่วคราวออกมา ยกอำนาจทั้งหมดให้รัฐบาลและคนเป็นนายกฯ ไปเรียบ
หัวหน้าปฏิวัติ เหลือแต่ชีวิตกับไอ้จู๋
ยุค คมช.เลยจู๋สนิท!
แต่พอตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. รัฐธรรมนูญชั่วคราวมีมาตรา ๔๔ เป็นกระบองวิเศษ
เอาอีก…หาว่าหัวหน้า คสช.มีอำนาจล้นฟ้า-ล้นดิน!
ฉะนั้น ฟังแล้วยึดเป็นมาตรฐานไม่ได้ จากสังคมกบเลือกขอนเกาะ ระหว่างอำนาจ “ประชาธิปไตย-เผด็จการ” ว่าอย่างไหนดี อย่างไหนไม่ดี
สรุปว่า บนความเป็นสังคมกบ ระบบ-ระบอบ มีความสำคัญน้อยกว่าตัวคนที่ขึ้นมาเป็นผู้นำ
อย่างวันนี้ พลเอกประยุทธ์ขึ้นมาเป็นผู้นำในระบบเผด็จการ ก็จงใช้อำนาจในระบบ “ด้วยสุจริตเป็นที่ตั้ง” ให้สมบูรณ์แบบ และเต็มลูกสูบเถิด
ไม่ต้องทำอะไร ด้วยไปอิงประชาธิปไตยเปลือก
เป็นเผด็จการ ด้วยเห็นประชาธิปไตยพาชาติล้มเหลว ก็จงใช้อำนาจเผด็จการแก้ไขให้สำเร็จ
เพียงมี “คุณธรรม” ในการใช้อำนาจ เท่านั้นสูงสุด!
อย่าว่าแต่บ้านเมืองไทยเราเลย ประชาคมโลกด้วย ใครจะอำนาจในระบบไหนก็ใช้ไปเถอะ ขอเพียงมีคุณธรรมในการใช้
ประชาธิปไตยสหรัฐ-ยุโรป มันก็แค่ระบบ “โจรใส่สูท” ดีๆ นี่เอง!
http://chaoprayanews.com/blog/canthai/2014/07/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%88-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%95%e0%b8%99/
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น