วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

“เราจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงลิตรละหลายบาทเอามั้ยค้า” หาเสียงไว้ทำไม่ได้ “รัฐบาลเจ๊ง” แน่








“เราจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงลิตรละหลายบาท เอามั้ยค้า ..เราจะกระชากค่าครองชีพลงมาเอา (อยู่) มั้ยค้า” นี่เป็นคำปราศรัยที่ฮึกเหิมยิ่งนักเมื่อ 1 ก.ค.2554 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ท่ามกลางประชาชนผู้ไปฟังคำปราศรัยหลายหมื่นคน มีการถ่ายทอดสดทางผ่านโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ

“หากเราได้เป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำคือ กระชากค่าครองชีพลงมา เราจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง เอามั้ยค้า เบนซิน 95 ลดลง 7.5 บาทต่อลิตร เบนซิน 91 ลดลง 6 ถึง 7 บาทต่อลิตร ดีเซลลดลง 2.2 บาทต่อลิตร เอามั้ย ค้า....”

บัดนี้ ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ทั้งราคาแก๊สเติมรถยนต์ในจังหวัดต่างๆ สร้างความสับสนให้ประชาชนยิ่งนัก ราคาหน้าปั๊มเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน บางแห่งไม่มีน้ำมันดีเซลขาย เดี๋ยวลดราคา 30สตางค์บ้าง และอื่นๆ จากเดือนเมษายนจนถึงสัปดาห์ที่ 2 เดือนพฤษภาคมปี 2555 ราคาพลังงานต่างๆ ไม่คงที่ ทั้งที่ขณะเดียวกันก็มี “อ้ายโม่ง” เคลื่อนไหวเล่นเล่ห์เพทุบายทำให้กลไกราคาน้ำมัน จากองค์กรน้ำมันของผู้ถือหุ้น (ปอ.ตอ.ทอ.) พวก “เปรตนรกกินตับกินปอดประชาชนคนไทย” ได้ปรับลดราคาน้ำมันลิตรละ 30 สตางค์ 40 สตางค์ หรือบางครั้งก็ลด 20 สตางค์

นี่ย่อมเป็นการทำสงครามจิตวิทยาช่วงชิงมวลประชาชน ยื้อเวลาไปเรื่อยๆ ขณะที่รัฐบาลเสื่อมถอย ประชาชนสิ้นศรัทธาลง ทำให้คนการเมืองชั่วๆ กลุ่มหนึ่งที่เป็นมันสมองพรรค มันสมองของ “เหลี่ยม” นักโทษหนีคดีอาญา 2 ปี กำลังได้สำแดงฤทธิ์ สร้าง “อุปสงค์” ความต้องการซื้อเทียม สร้าง “อุปาทาน ” ความต้องการขายเทียม อย่างชาญฉลาดแกมโกง

พร้อมสร้างประเด็นข่าวสับ (หว่าง) ขาหลอก เบี่ยงประเด็นความสนใจของมวลประชาชน หลายเรื่องราวกลบข่าวสินค้าค่าครองชีพมีราคาแพง เพราะราคาพลังงานมีราคาสูงขึ้น แล้วให้ผู้ถืออำนาจตามกระทรวงต่างๆ ออกมาสนับสนุนกลุ่มแกนนำแดงสร้างหมู่บ้านแดงในชนบทตามต่างจังหวัดคู่ขนานกันเพื่อเสริมฐานเสียง สร้างความแตกแยกให้ผู้คนในพื้นที่ชนบทมากเพิ่มขึ้น มีเรื่องอำนาจที่แจ่มชัด แฝงนัยที่ซ่อนเร้นไว้เบ็ดเสร็จ พร้อมก่อให้เกิดสงครามประชาชน ดั่งที่ 1 ใน 7 มันสมอง “เหลี่ยม” พูดไว้ทางทีวีช่องแดงไม่นานมานี้

แต่ภาวะปัจจุบัน ชาวบ้านชนชั้นกลางกับผู้หาเช้ากินค่ำ ที่เติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ 100 บาทได้ไม่เต็มถัง เงินในกระเป๋าที่ไม่ค่อยมีได้ถูกแบ่งปันไปให้แก่น้ำมัน ถึงจะลดราคาน้ำมันลง 40 สตางค์บ้าง 30 สตางค์บ้าง แต่การทำมาหากินของประชาชนคนทั่วๆ ไปล้วนฝืดเคือง บางครอบครัวตกงานจึงไม่มีเงินส่งลูกไปเรียนหนังสือ ต้องกินยาฆ่าตัวตายหนีปัญหา จึงมีแต่เสียงจากชนชั้นล่าง ชั้นกลางพากันสาปแช่งด่าผู้บริหารรัฐฯ กันอื้ออึง มีนักเรียนน้อยใจที่ครอบครัวยากจนไปโรงเรียนก็มีสถานะที่ยากลำบากจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย

และขณะที่ผู้นำรัฐฯ เบิกบานกับการแต่งชุดนานาชาติ ได้แต่งชุด “ฮันบก” เกาหลี ชุด “กี่เพ้า” ครึ่งท่อนของจีน แต่งชุด “กิโมโน” ของญี่ปุ่น สุดท้ายได้แต่งชุด “ฮิญาบ” ไปแล้ว แต่เรื่องพลังงานน้ำมันแพง สินค้าต่างๆ แพง แรงงานไทยตกงาน ค่าครองชีพแพงที่สูงขึ้น รอไว้ก่อน

พร้อมมีเหตุต่างๆ ถาโถมเข้ามา แต่ผู้นำรัฐฯ นารี..นานาชาติ ยังยิ้มแย้มแจ่มใสพูดไทยไม่เต็มปากเต็มคำ ประหนึ่ง “หุ่นกระบอกไร้จิตวิญญาณ” ถูกเชิด ฤ..จะแฝงนัยอะไรอยู่เพื่อทำงานให้ลุไปตามเป้าหมาย เพราะพี่ชายพูดไว้ว่า จะมีข่าวดีมีลางสังหรณ์จะได้กลับประเทศตามที่ประกาศไว้ที่เมืองเสียมราฐ เมืองขะแมร์ ว่าจะมีข่าวดีเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคมปีนี้

แต่สถานะปัญหาจริงๆแล้ว 1.ปัญหาพลังงานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แก๊ส ปัญหาเหล่านี้หากทำไม่ได้ตามที่ปราศรัยหาเสียงไว้ 2.อนาคตของดินแดนไทยกับขะแมร์ ที่เป็นเรื่องค้างคาอยู่ที่ศาลโลก และไทยวันนี้ทางพฤตินัยนั้น เราได้เสียดินแดนไปแล้วบางส่วน ที่รัฐฯ ชุดเก่าทำไว้ (กรณี นายวีระ สมความคิด กับ น.ส.ราตรี พิพัฒน์ไพบูรณ์ ต้องไปติดคุกอยู่ที่ขะแมร์) และที่รอบเขาพระวิหารดังที่คนพื้นชนบทรู้กันดีว่าเป็นพื้นที่ตรงไหนเป็นอย่างไร 3.พวกแกนนำที่ออกมายุยงให้เผาบ้านเผาเมือง จนมีการเผาห้างกลางเมืองก็ได้เกิดขึ้นให้ได้เห็น และบางคนล้วนได้ดี เพราะเหยียบย่ำกฎหมายบ้านเมืองก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่

เหตุปัจจัย 3 ประการนี้แหละที่จะทำให้ “รัฐบาลเจ๊ง” แน่ อำนาจที่มีจะหลุดลอยไป แต่ก่อนจะหลุดลอยไป ก็ไม่มีประชาชน หรือชาวบ้านคนใดจะคาดการณ์ได้ว่า แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก! หากทว่าพวกคนการเมืองเดิมชุดนี้หลุดลอยไป แต่อีกชุดใหม่ล้วนหน้าเดิม ก็สุมหัวกันเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลอีก ประชาชนคนไทยก็ตกเป็นเหยื่อเหมือนเดิม

บ้านเมืองของเรานี้ที่จะหาผู้ที่เสียสละทั้งใจทั้งกาย ทั้งจิตวิญญาณ มาทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน เพื่อสถาบันสูงสุดได้ยากนัก ดังนั้น ผู้รักชาติชาวไทยทุกคนต้องคิดกันเสียวันนี้ว่า ทำอย่างไรจะให้กลุ่มคนการเมืองพวกนี้ออกไปจากวงจรสัก 7 ปี 8 ปี จึงมีแต่การปฏิรูปประเทศไทยเท่านั้น จึงจะเป็นทางรอดของประเทศนี้ และหนีพ้นพวกคนการเมืองน้ำเน่าไปได้

จงอย่าได้แต่รอเฝ้าตั้งความหวังไว้ว่า จะพึ่งพิงสีเขียวรั้วของชาติอยู่เลย ดูตัวอย่างแค่ “บอลลูนเหาะ” ราคาร้อยล้านเป็นพอ วันนี้มันเหาะได้ใช้ได้คุ้มราคาที่ภาคใต้หรือไม่ ใครรู้บ้างล่ะ ก็สีเขียวเป็นเสียดังนี้ “หน้าเหลี่ยม” ตัวดีจึงหัวเราะเอา..หัวเราะเอา เพราะ “เหลี่ยม” นั้นรู้ไส้รู้พุงข้าราชการไทยทุกหน่วยงานดีกว่าคนอื่น

พบกัน 26 พฤษภาคม 2555 ที่เวทีลีลาศ สวนลุมพินีฯ กทม.รายการคอนเสิร์ตเมืองไทยรายสัปดาห์ภาคพิเศษ โดยมีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เดี่ยวไมโครโฟนในหัวข้อ “ปฏิรูปประเทศไทย เปิดโปงการเมืองน้ำเน่า ฉีกหน้ากากขบวนการตีกิน”

สำหรับภาพถ่ายที่นำมาลงนี้ ถ่ายเมื่อวันก่อน และวันนี้ 18 พ.ค.2555 จะเป็นภาพปลาทูนึ่งอาหารคนรวย และคนทุกระดับ ภาพราคามะนาวหน้าแล้งเข้าฝน ภาพพืชผักต่างๆ รวมทั้งราคาไก่บ้านที่ปรับขึ้นไปกิโลละ 20 บาท (เดิมกิโลละ 130 บาทถึง 140 บาท) เป็นภาพถ่ายจากตลาดเกษตรที่ผู้ซื้อผู้ขายสามารถต่อรองราคากันได้ ด้วยเกษตรกรคนไหนกลุ่มไหนใช้รถที่เติมน้ำมันดีเซลก็จะไม่ขึ้นราคาสินค้า เพียงแต่ปรับเนื้อสินค้าลง แต่ที่ใช้พลังงานน้ำมันเบนซินหรืออื่นๆ ก็ ปรับราคาขึ้นนิดหน่อย แต่ที่พวกเขาค้าขายกันในภูมิภาคนั้นแบบคนชนบทถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

นี่... เป็นวิถีชีวิตกับสถานะจริงๆ ที่รอวันเวลาปะทุ ถ้าทนกันไม่ได้ จึงขอบอกว่าผู้นำรัฐ “นารี..” คนนั้นควรรีบหาชุด “นางอัปสร” ของขะแมร์ มาสวมใส่แก้เคล็ดเสียวันนี้ บอกได้เพียงนี้ เพราะอุณหภูมิของความยากจน ค่าครองชีพแพงนั้นร้อนจน “เผาใจ” ชาวบ้านเกินสุดจะทน ที่ปราศรัยหาเสียงไว้เรื่องจะกระชากค่าครองชีพลงมา จะลดราคาน้ำมันลงมาลิตรละหลายๆ บาท

แล้วทำไม่ได้เป็นอันว่า “รัฐบาลเจ๊ง” แน่
......................................................

รายงานโดย... ทัพหน้า



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2555 15:20 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น