ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักวิชาการสื่อสารมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊คของตน ในหัวข้อที่ว่า “สายล่อฟ้า” Blue Sky Channel ฟ้าผ่าหัวใจพรรคประชาธิปัตย์”
กรณีที่รายการ “สายล่อฟ้า” ดำเนินรายการโดย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นายเทพไท เสนพงษ์ และนายศิริโชค โสภา ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่น โดยดำเนินรายการเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า
พรรคประชาธิปัตย์ กำลัง “เอาตัวเองไม่อยู่” และหากอยากเป็นพรรคการเมืองระดับชาติต่อไป ควรต้องหยุการกระทำเช่นนี้ทันที อีกทั้งพฤติกรรมของผู้จัดรายการทั้งสามราย “หยาบคาย หยาบโลน ไร้สติ สิ้นจริยธรรม”
ซึ่งการเป็นนักเมืองที่ดีที่เป็นตัวแทนของประชาชน จะพูดอะไรโดยไม่รับผิดชอบ ขาดจริยธรรม ไร้กิริยามารยาท และขาดความมีสมบัติผู้ดีไม่ได้
การใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมใช้คำพูดสองแง่สามง่าม และใช้คำที่ไม่สุภาพ และได้ให้ความเห็นว่าเรื่องของนายกรัฐมนตรีบนชั้น 7 ของโรงแรมโฟร์ซีซันส์ นั้น เป็นความลึกลับที่ประชาชนอยากรู้แน่นอน
และนายกฯ ยังไม่ตอบให้หายสงสัยจึงมีเหตุผลชอบธรรมที่จะต้องตั้งข้อสงสัยต่อไป อย่างน้อยสองเรื่อง คือ เรื่องชู้สาวคาวโลกีย์เรื่องหนึ่ง กับเรื่องธุรกิจส่วนตัวที่นายกฯ ไม่ต้องการบอกใครอีกเรื่องหนึ่ง
หากทั้งสองเรื่องนี้หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สังคมสงสัย จะมีผลกระทบต่อบ้านเมืองไม่ว่าในทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือ ศีลธรรมและจริยธรรมของผู้นำประเทศ ถือเป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้วที่จะต้องค้นหาความจริง
แล้วนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่การสืบหาความจริงต้องทำเป็นระบบวิทยาศาสตร์ เป็นเหตุเป็นผล พรรคประชาธิปัตย์ ต้องตามล่าหาความจริง ด้วยกระบวนการสืบสวนทั้งทางลับและทางการโดยใช้กลไกของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญและตามกฏหมาย
พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคการเมืองอื่นๆ มีสิทธิที่จะสื่อข่าวผ่านสื่อของตน หรือมีสถานีโทรทัศน์เป็นของตนเอง แต่ควรต้องปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อสารมวลชน
และกรอบจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และหากต้องการใช้สื่อเพื่อให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ควรใช้สื่อเพียงเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยั่งยืน มิใช่เพื่อทำลายพรรคหรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ดังที่กำลังทำอยู่ขณะนี้
พรรคการเมือง ไม่ใช่สื่อสารมวลชน และนักการเมืองก็ไม่ใช่สื่อมวลชน คุณชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต คุณศิริโชค โสภา และคุณเทพไท เสนพงศ์ เป็นนักการเมืองซึ่งควรมีบทบาท ผู้ถูกสื่อมวลชนสัมภาษณ์ มิควรมาเป็นสื่อมวลชนเสียเองในไม่ช้าก็จะไม่มีใครมาสัมภาษณ์
เมื่อไม่คุุ้นเคยกับงานสื่อมวลชน จึงเกิดความผิดพลาดเสียหาย เพราะจัดรายการไม่เป็น ดำเนินรายการไม่ถูก บทบาทที่ควรจะมีก็ไม่มี ข้อมูลที่ควรสืบค้นก็ไม่สืบหา กล้องโทรทัศน์ที่ควรจะไปถ่ายทำผลิตภาพก็ไม่ทำ รายการโทรทัศน์ที่ยาวนานเป็นชั่วโมงจึงต้องพึ่งการ “พูดแบบไม่มีหูรูด” กันเต็มเวลา
ในฐานะที่ตนเองมีประวัติชีวิตในการ “ลงคะแนน” ให้พรรคประชาธิปัตย์ มากกว่าพรรคการเมืองอื่น ตั้งแต่อายุ 18 ปี กระทั่งปัจจุบันที่ 64 ปี “รู้สึกผิดหวัง” ในบุคคลชั้นนำทั้งสามคนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างยิ่ง คือ “คุณชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, คุณศิริโชค โสภา และคุณเทพไท เสนพงศ์”
“ความต่ำคุณภาพของสมาชิกพรรคฯ ทั้งสาม อาจสะท้อนถึง “คุณภาพโดยรวมของพรรคประชาธิปัตย์” ด้วย และ “หากไม่แก้ไขตามที่ใจผมปรารถนา ผมจะไม่ลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยเลือกตั้งหน้าอย่างแน่นอน”
“พรรคเพื่อไทย ผมก็จะไม่เลือกเช่นกัน หากนายกยิ่งลักษณ์ ไม่ปรับปรุงตัวเอง และหากไม่ชี้แจงให้ผมกระจ่างในเรื่องที่เกิดขึ้นบนชั้น 7 ของโรงแรมโฟร์ซีซันส์ และหากไม่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคุณภาพให้ผมภูมิใจได้”
“พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็จะไม่เลือก พรรคเพื่อไทย ผมก็จะไม่เลือก”
“ผมจะอยู่เป็นพลเมืองไทยที่ไร้รัฐบาลไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต!”
ข่าวโดย : มติชนออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น