วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สายล่อฟ้า ไร้สติ สิ้นจริยธรรม VS นายกฯ ปู ไม่ปรับปรุงตัวเอง

ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักวิชาการสื่อสารมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊คของตน ในหัวข้อที่ว่า “สายล่อฟ้า” Blue Sky Channel ฟ้าผ่าหัวใจพรรคประชาธิปัตย์”

กรณีที่รายการ “สายล่อฟ้า” ดำเนินรายการโดย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, นายเทพไท เสนพงษ์ และนายศิริโชค โสภา ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่น โดยดำเนินรายการเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า

พรรคประชาธิปัตย์ กำลัง “เอาตัวเองไม่อยู่” และหากอยากเป็นพรรคการเมืองระดับชาติต่อไป ควรต้องหยุการกระทำเช่นนี้ทันที อีกทั้งพฤติกรรมของผู้จัดรายการทั้งสามราย “หยาบคาย หยาบโลน ไร้สติ สิ้นจริยธรรม”

ซึ่งการเป็นนักเมืองที่ดีที่เป็นตัวแทนของประชาชน จะพูดอะไรโดยไม่รับผิดชอบ ขาดจริยธรรม ไร้กิริยามารยาท และขาดความมีสมบัติผู้ดีไม่ได้

การใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมใช้คำพูดสองแง่สามง่าม และใช้คำที่ไม่สุภาพ และได้ให้ความเห็นว่าเรื่องของนายกรัฐมนตรีบนชั้น 7 ของโรงแรมโฟร์ซีซันส์ นั้น เป็นความลึกลับที่ประชาชนอยากรู้แน่นอน

และนายกฯ ยังไม่ตอบให้หายสงสัยจึงมีเหตุผลชอบธรรมที่จะต้องตั้งข้อสงสัยต่อไป อย่างน้อยสองเรื่อง คือ เรื่องชู้สาวคาวโลกีย์เรื่องหนึ่ง กับเรื่องธุรกิจส่วนตัวที่นายกฯ ไม่ต้องการบอกใครอีกเรื่องหนึ่ง

หากทั้งสองเรื่องนี้หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สังคมสงสัย จะมีผลกระทบต่อบ้านเมืองไม่ว่าในทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือ ศีลธรรมและจริยธรรมของผู้นำประเทศ ถือเป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้วที่จะต้องค้นหาความจริง

แล้วนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่การสืบหาความจริงต้องทำเป็นระบบวิทยาศาสตร์ เป็นเหตุเป็นผล พรรคประชาธิปัตย์ ต้องตามล่าหาความจริง ด้วยกระบวนการสืบสวนทั้งทางลับและทางการโดยใช้กลไกของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญและตามกฏหมาย

พรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคการเมืองอื่นๆ มีสิทธิที่จะสื่อข่าวผ่านสื่อของตน หรือมีสถานีโทรทัศน์เป็นของตนเอง แต่ควรต้องปฏิบัติให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อสารมวลชน

และกรอบจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และหากต้องการใช้สื่อเพื่อให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ควรใช้สื่อเพียงเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ยั่งยืน มิใช่เพื่อทำลายพรรคหรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ดังที่กำลังทำอยู่ขณะนี้

พรรคการเมือง ไม่ใช่สื่อสารมวลชน และนักการเมืองก็ไม่ใช่สื่อมวลชน คุณชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต คุณศิริโชค โสภา และคุณเทพไท เสนพงศ์ เป็นนักการเมืองซึ่งควรมีบทบาท ผู้ถูกสื่อมวลชนสัมภาษณ์ มิควรมาเป็นสื่อมวลชนเสียเองในไม่ช้าก็จะไม่มีใครมาสัมภาษณ์

เมื่อไม่คุุ้นเคยกับงานสื่อมวลชน จึงเกิดความผิดพลาดเสียหาย เพราะจัดรายการไม่เป็น ดำเนินรายการไม่ถูก บทบาทที่ควรจะมีก็ไม่มี ข้อมูลที่ควรสืบค้นก็ไม่สืบหา กล้องโทรทัศน์ที่ควรจะไปถ่ายทำผลิตภาพก็ไม่ทำ รายการโทรทัศน์ที่ยาวนานเป็นชั่วโมงจึงต้องพึ่งการ “พูดแบบไม่มีหูรูด” กันเต็มเวลา

ในฐานะที่ตนเองมีประวัติชีวิตในการ “ลงคะแนน” ให้พรรคประชาธิปัตย์ มากกว่าพรรคการเมืองอื่น ตั้งแต่อายุ 18 ปี กระทั่งปัจจุบันที่ 64 ปี “รู้สึกผิดหวัง” ในบุคคลชั้นนำทั้งสามคนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างยิ่ง คือ “คุณชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต, คุณศิริโชค โสภา และคุณเทพไท เสนพงศ์”

“ความต่ำคุณภาพของสมาชิกพรรคฯ ทั้งสาม อาจสะท้อนถึง “คุณภาพโดยรวมของพรรคประชาธิปัตย์” ด้วย และ “หากไม่แก้ไขตามที่ใจผมปรารถนา ผมจะไม่ลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยเลือกตั้งหน้าอย่างแน่นอน”

“พรรคเพื่อไทย ผมก็จะไม่เลือกเช่นกัน หากนายกยิ่งลักษณ์ ไม่ปรับปรุงตัวเอง และหากไม่ชี้แจงให้ผมกระจ่างในเรื่องที่เกิดขึ้นบนชั้น 7 ของโรงแรมโฟร์ซีซันส์ และหากไม่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคุณภาพให้ผมภูมิใจได้”

“พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็จะไม่เลือก พรรคเพื่อไทย ผมก็จะไม่เลือก”

“ผมจะอยู่เป็นพลเมืองไทยที่ไร้รัฐบาลไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต!”





ข่าวโดย : มติชนออนไลน์




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น