วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตระกูล ชินวัตร ไม่ต้องเสียภาษี


หลังจากกระทรวงการคลังได้ยืนยันไม่อุทธรณ์การเก็บภาษีโอนหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป มูลค่า 12,000 ล้านบาท ของนายพานทองแท้ – น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2553 โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงและได้คืนเงินแล้วนั้น

อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรของกระทรวงการคลังเห็นชอบตามที่กรมสรรพากรดำเนิน การที่ไม่เก็บภาษีหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากศาลได้ตัดสินชัดเจนว่าอดีตนายกฯ เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปที่แท้จริง

ไม่ใช่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ส่งผลให้ธุรกรรมที่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ที่เกิดจากการซื้อหุ้นชินคอร์ป จากบริษัทแอมเพิลริชนอกตลอดหลักทรัพย์ในราคาถูกกว่าราคาตลาด ซึ่งต้องเสียภาษี 1.2 หมื่นล้านบาท กลายเป็นโมฆะไม่มีธุรกรรมเกิดขึ้นจริง

พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปตั้งแต่ต้นมาโดยตลอด เมื่อสุดท้ายอดีตนายกฯ ขายหุ้นทั้งหมดให้กองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ ก็ไม่มีภาระภาษี เพราะการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว

“ปัญหาการเก็บภาษีหุ้นจากคนในตระกูลชินวัตรจบหมดแล้ว ไม่มีเรื่องที่ค้างอยู่ในกรมสรรพากรอีกต่อไป”

คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรไม่ได้มีมติเห็นชอบว่ากรมสรรพากรไม่เก็บภาษีอดีต นายกฯ นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ว่า ปัจจุบันมีข้อมูลปรากฏชัด รวมถึงคำพิพากษาของศาลถึง 2 ศาล และกรมสรรพากรก็มีอำนาจตามประมวลรัษฎากรที่จะดำเนินการให้ถูกต้องกฎหมาย

“กรมสรรพากรพยายามให้คณะกรรมการวินิจฉัยรับรองว่าการซื้อขายหุ้นของพานทอง แท้และ น.ส.พินทองทาเป็นโมฆะ แต่คณะกรรมการวินิจฉัยเห็นว่าเป็นเรื่องของกรมสรรพากรที่จะตัดสิน ไม่ใช่คณะกรรมการวินิจฉัย”

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวว่า รู้สึกงงกับการตัดสินของกรรมสรรพากร ที่อ้างว่าศาลตีความการถือครองและการเป็นเจ้าของหุ้นของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา เป็นโมฆะ ทั้งที่ศาลไม่ได้ตัดสินอย่างนั้น

แต่กรมสรรพากรรวบรัดว่าธุรกรรมระหว่างทางไม่เคยเกิดขึ้น เหลือแต่ตอนต้นที่ พ.ต.ท.ทักษิณถือหุ้น และตอนท้ายนำหุ้นไปขายในตลาดหลักทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษี เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและกรมสรรพากรต้องรับความเสียหายที่เกิดขึ้น



ข่าวโดย : ไทยโพสต์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น