ในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ฤกษ์เผยโฉมงาน “บีโอไอแฟร์ 2011″ อันอลังการบนเนื้อที่ประมาณ 240,000 ตารางเมตรของอิมแพ็ค เมืองทองธานี ให้สื่อมวลชนได้ชมสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ จากผู้มาเข้าร่วมเปิดบูธ และขายสินค้าประมาณ 3,000 บูธ
ตะลุยงาน "บีโอไอแฟร์ 2011" สุดยอดเทคโนโลยี-นวัตกรรมระดับโลก
ภายหลังจาก หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้าร่วมเปิดบูธต่างประสบปัญหาอุทกภัยจนทำให้ต้องเลื่อนการจัดงานจากวันที่ 10-25 พฤศจิกายน 2554 มาเป็นวันที่ 5-20 มกราคม 2555 โดยมีนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานบีโอไอ และระดับผู้บริหารบีโอไออีกหลายท่านนำทีม เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่จัดงาน ก่อนจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ (5ม.ค.55)
สำหรับไฮไลท์และการจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ นางอรรชกา บอกว่า เป็นการจัดภายใต้แนวคิด “รวมพลังน้ำใจ โลกสดใส ไทยยั่งยืน” หรือ Going Green for the Future โดยเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่จะนำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการมาสัมผัสเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต และคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีผู้ ร่วมเข้าชมงานประมาณ 5 ล้านคน
โดยผู้เข้าชมงานจะได้พบกับเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องเดียวในโลกที่สามารถลบข้อความในกระดาษของโตชิบา ทีวีโปร่งแสงของซัมซุง หุ่นยนต์แห่งโลกอนาคต และสุดยอดยานพาหนะไฟฟ้าเคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบพกพาของโตโยต้า ยานยนต์แห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบจากเชฟโรเล็ต ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยไม่ต้องควบคุมรถเอง และยางแห่งอนาคตของมิชลิน ที่ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่ใช้เครื่องยนต์
เครือซิเมนต์ไทย(เอสซีจี) "เอสซีจี พาวิลเลียน"
ที่บูธของบริษัท เครือซิเมนต์ไทย(เอสซีจี) นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีจะเป็นผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืนในอาเซียน โดยนำเสนอ “เอสซีจี พาวิลเลียน” มุ่งเน้นการสร้างให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษยืและธรรมชาติ และเสนอนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมที่อยู่อาศัย เพื่อรับมือภัยพิบัติ
ยกตัวอย่างผู้เข้าชมจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษครั้งหนึ่งในชีวิตกับบ้าน SCG HEIM รองรับแผ่นดินไหวได้ 7-7.9 ริกเตอร์ ที่ระยะห่างจากศูนย์กลาง 300 กิโลเมตร ด้วยโครงสร้างชนิดพิเศษ สามารถทนแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงจากเครื่องจำลองแผ่นดินไหวด้วยตนเอง รวมทั้งชม Shield-Life ที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัยที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกที่แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนส่ง พร้อมมีอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็น เหมาะสำหรับช่วงเกิดภัยพิบัติ นอกจากนี้ มีบ้านSCG Care ออกแบบสำหรับผู้สูงอายุ ให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อ่างอิสระ พี่งพาผู้อื่นให้น้อยที่สุด และความปลอดภัยสูงสุด
"ศาลาเครือเจริญโภคภัณฑ์" (CP Pavilion)
ขณะที่ศาลาเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซี.พี. บนพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร โดยนายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ “ศาลาเครือเจริญโภคภัณฑ์” (CP Pavilion) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ซี.พี.นำเสนอนวัตกรรมการเกษตรภายใต้แนวคิด”การผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างอาหาร พลังงาน และสิ่งแวดล้อม” หรือ Perfect Harmony เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศาสตร์ และศิลป์ของการทำเกษตรผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง และเกิดความยั่งยืน
"บีโอไอแฟร์ 2011"
โดยรูปลักษณ์ภายนอกอาคารเกิดจากแนวคิด”คิดใหม่ทำใหม่”หรือ Rethink โดยสร้างการรับรู้และสะท้อนถึงศักยภาพของซี.พี. ตั้งแต่วิธีคิดถึงการลงมือปฏิบัติในการสร้างอาชีพหรือผลิตภัณฑ์ทั้งหมดแบบครบวงขน ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับแนวคิดการตกแต่งภายในนำเสนอเรื่องราวกว่า 90 ปีจากอดีตสู่ปัจจุบันของซี.พี.ผ่านสื่อมัลติมีเดียภายใต้หัวข้อ”อิ่มท้องด้วยอาหาร อิ่มสมองด้วยความรู้ อิ่มใจด้วยความสนุกสนาน”
นอกจากนี้ มีนิทรรศการหิน ดวงจันทร์อายุ 3,300 ปี จากองค์การนาซ่า ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหินดวงจันทร์ที่ยานอพอลโล 15 นำกลับมายังโลก พร้อมชมชุดนักบินอวกาศจากประเทศญี่ปุ่น เสื้อนาโนไร้แบคทีเรีย อาหารและไอศกรีมนักบินอวกาศ โมเดลยานอวกาศอพอลโล 15 แบบจำลองสถานีอวกาศนานาชาติและพื้นผิวดวงจันทร์ จรวดนำส่งขององค์กรสำรวจอวกาศและการบินของญี่ปุ่น และการจัดแสดงเปรียบเทียบตัวอย่างหินบนโลก รวมทั้งนิทรรศการดาราศาสตร์ มีกล้องถ่ายภาพทั่วท้องฟ้า เครื่องวัดตำแหน่งดาว อุปกรณ์ถ่ายภาพวัตถุท้องฟ้า ระบบติดตามวัตถุท้องฟ้า และหอดูดาวควบคุมระยะไกล
พร้อมร่วมเดินทางไปเยือนพื้นผิวของดวงจันทร์ผ่านกล้อง และเลนส์ซูมระยะไกลที่สุดที่มีในโลกของแคนนอน ร่วมทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงเสมือนจริงของฮิตาชิ เพื่อเดินทงไปยังโลกแห่งอนาคตที่สดใสด้วยสุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมสัมผัสความงดงามของญี่ปุ่นในฤดูกาลต่างๆ ตลอดเส้นทางศาลา และร่วมผจญภัยแบบ 4 มิติที่ศาลาปตท. ซึ่งจะมีไดโนเสาร์มาสร้างเซอร์ไพรซ์ในเส้นทางผจญภัย
รวมถึงผู้เข้าชมงานยังจะได้เข้าชมศาลาเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบในปี 2554 บริเวณศาลาศรัทธาศรม (Royal Pavilion) เป็นอาคารที่ถูกเนรมิตเป็นรูปเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการการเรียนรู้ธรรมชาติ ทั้งน้ำ ป่า และดิน รวมถึงแนวพระราชดำริ และหลักการทรงงานที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ผ่านสื่อผสมหลายรูปแบบอย่างยิ่งใหญ่ มีกิจกรรม การเรียนรู้ 4 เรื่อง คือ มหัศจรรย์แห่งข้าว 1 เมล็ด น้ำ 1 หยด ต้นไม้ 1 ต้น และมาตราชั่งตวงวัด พร้อมซาบซึ้งกับการแสดงของศิลปินนักวาดภาพด้วยทราย(Sand Animation) ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การอยู่ร่วมกันระหว่างน้ำ ป่า ดิน คน อย่างสมดุล ตามแนวพระราชดำริ
สัมผัสศักยภาพการลงทุนของไทยผ่านภาพยนต์ 4 มิติ และพบกับหุ่นยนต์ทศกัณฑ์ 10 หน้า 10 มือ ชื่อ “คุณทองทศ” ที่สามารถเล่น และโต้ตอบกับผู้ชมงานได้ ครั้งแรกในประเทศไทย “หุ่นยนต์ดินสอ 2″ (Humanoid) ตัวแรกของประเทศไทยที่สามารถสื่อสารผ่านโทรศัพท์ นำออกกำลังกาย ดูแลคนชราและคนป่วย
สำหรับที่ศาลาบีโอไอจะได้ชมการแสดงดนตรีร่วมสมัยบรรเลง โดย “แขนกล” แข่งกับ “ขุนอินทร์” หนึ่งในนักดนตรีไทยฝีมือเอกของไทย พร้อมชมการแสดงวัฒนธรรมไทย อาทิ การเชิดหุ่นคน หุ้นละครเล็ก โขนไทยสด รำไทยร่วมสมัย ประกอบการแสดงจินตลีลาอันตระการตา มหกรรมกลองไทย 4 ภาค และการแสดงวัฒนธรรม
นานาชาติ อาทิ การแสดงมายากล การแสดงกายกรรมทรงตัว กายกรรมกังฟู
และการแสดงโชว์ผาดโผนกลางอากาศระดับโลก Flying Simulator ครั้งแรกในประเทศไทยและการแสดงที่แปลกใหม่ไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย คือ การแสดงดนตรีพิเศษ จากวัสดุเหลือใช้จากความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย และมายากลจาก America′s Got Talent เป็นต้น และมีคณะศิลปินนักร้องมาร่วมขับกล่องบทเพลง บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ขนาด 20 เมตร รวมทั้งชมระบบเสียงของการจัดคอนเสิร์ต ซึ่งมีอุปกรณ์แสง สีเสียงเทียบเท่าคอนเสิร์ตระดับโลก
แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใด จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารองค์กรภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่งที่มาร่วมเปิดบูธทุกคนต่างให้ความเห็นสอดคล้องทำนองเดียวกันว่า แม้ประเทศไทยจะเพิ่งผ่านวิกฤตมหาอุทกภัยไปได้ไม่นาน และบางบริษัทอาจจะยังไม่สามารถฟื้นกลับมาผลิตสินค้าได้ทันทีภายในต้นปีนี้ แต่การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายอันดี เพราะจะมีนักลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น และเอเซียจะเข้ามาเยี่ยมชมงานกันจำนวนมาก จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะประกาศให้ทั่วโลกเชื่อมั่น และเห็นศักยภาพว่า ประเทศไทยสามารถยืนหยัดกลับมาเป็นฐานการผลิตที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเซีย และของโลกได้ในเร็ววัน
"บีโอไอแฟร์ 2011"
"บีโอไอแฟร์ 2011"
แหล่งข่าว มติชนออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น