วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

“ปู” รับบัญชา “แม้ว” นำทีม ครม.พบ “ป๋า” ภาพบาดใจเสื้อแดง!!


ผ่าประเด็นร้อน

มีกำหนดออกมาแน่นอนแล้วว่าวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายนที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะนำทีมคณะรัฐมนตรีเข้ารดน้ำดำหัว “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยอ้างว่านี่คือการเริ่มต้นปรองดองในบ้านเมือง แล้วให้ลืมเรื่องราวเก่าๆ ทิ้งไป เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน

ฟังดูเผินๆ มันก็ชวนเคลิบเคลิ้ม จนน้ำตาจะไหลเอาให้ได้ เพราะนั่นหมายความว่าจะทำให้ความขัดแย้งในบ้านเมือง จะได้จบสิ้นไปเสียที ที่ผ่านมาเราเสียเวลามากับเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว และมีผลสำรวจออกมาคราวใดก็รับรองว่าเสียงส่วนใหญ่ก็จะต้องออกมาบอกว่าต้องการให้ “ปรองดอง” กันทุกที

อย่างไรก็ดี นั่นเป็นแค่กลลวง คำพูดหลอกต้มชาวบ้านของนักการเมืองบางกลุ่ม เป็นการซ่อนปมเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ เอาเปรียบคนอื่นเท่านั้นเอง และนักการเมืองที่ว่านั้นก็คือ ทักษิณ ชินวัตร กับพวกเท่านั้นเอง ซึ่งนาทีนี้สังคมก็เริ่มรู้ทันและรับรู้ออกไปในวงกว้างมากขึ้นทุกวัน

ที่ผ่านมาหากสังเกตให้ดีจะพบว่า ทักษิณเริ่มเป่านกหวีดสั่งให้ลูกสมุน ทั้งที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมไปถึง “หัวโจก” มีชื่อในกลุ่มเสื้อแดงให้ท่องซ้ำๆว่า “ปรองดอง” เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า เสียเวลา เสียโอกาสมามากพอแล้ว และตามด้วยวลีเด็ดก็คือ ถ้าใครไม่ปรองดองก็ “ช่างแม่มัน”

หากติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่องก็จะพบว่า กระแสการปรองดองของ ทักษิณ ผ่านทางรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากฝ่ายของตัวเองมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ขณะเดียวกัน สิ่งที่เริ่มดำเนินการอย่างเร่งด่วนควบคู่กันไปก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ เพียงแต่เป็นอุปสรรคขัดขวางการทำหน้าที่มิชอบ การทุจริตของนักการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ดี ภาพของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือทักษิณ โดยตรงยังเป็นภาพเบลอๆ เพราะตามขั้นตอนต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่รับรองว่าเป้าหมายก็เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของเขาเพียงคนเดียว

แต่ที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นก็คือ การจะเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยใช้วิธีตบตาอำพรางเสนอเป็นพระราชบัญญัติปรองดอง ลักษณะหรือแนวทางก็ไม่ได้แตกต่างจากการจ่ายเงินเยียวยาที่อ้างว่าทำเพื่อทุกกลุ่มทุกสี แต่เป้าหมายก็คือต้องการ “ใช้เงินหลวง” ซื้อใจคนเสื้อแดง คราวนี้ก็เช่นกันอ้างว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ แต่เป้าหมายสำคัญที่สุดก็คือต้องการลบล้างความผิดให้ ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น

ทั้งที่มีคนคัดค้านไม่ว่าใครก็ตามหากต้องการความยุติธรรม ก็ต้องมีการค้นหาความจริงเสียก่อนว่ามีใครที่ทำผิด จากนั้นค่อยมาว่ากันถึงเรื่องการให้อภัยปรองดอง ทุกฝ่ายที่เป็นคู่กรณีและผู้ที่ได้รับความเสียหายต่างก็ต้องการเห็นแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ใช่จู่ๆ บอกให้เลิกแล้วต่อกัน เจ๊าๆ เสียสละกันไป เหมือนกับที่ ทักษิณ เคยพูดก่อนหน้านี้ เพราะมันง่ายไปหน่อย และที่สำคัญมันไม่มีทางปรองดองได้จริง

ก่อนหน้านี้ทั้งฝ่ายคนเสื้อแดงที่ได้รับความสูญเสียโดยตรง ซึ่งถือว่าคนละส่วนกับพวกหัวโจก คนพวกนี้เขาก็ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษฯ เพราะพวกเขาถูกปลุกระดมให้เชื่อว่ามี “คนสั่งฆ่า” ดังนั้นก็ต้องหาคนผิดมาให้ได้ก่อน เช่นเดียวกับฝ่ายเจ้าหน้าของรัฐ เช่น ครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการลอบยิงของ “ชายชุดดำ” ที่แฝงตัวแอบอยู่ด้านหลังม็อบเสื้อแดง เขาก็ต้องการคนหาความจริงว่าใครคือคนสั่งลงมือ แล้วคนพวกนี้เป็นใคร

ดังนั้น การปรองดองแบบทักษิณ ถือว่า มั่วสุดๆ เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด เพราะในเมื่อคิดว่าตัวเองได้ประโยชน์ ก็ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น โดยเฉพาะกับคนเสื้อแดงที่เขาหลอกใช้ ยกเอาเรื่องประชาธิปไตย วาทกรรมเรื่อง “ไพร่-อำมาตย์” มาเป็นข้ออ้าง อย่างไรก็ดี หากจะว่าไปแล้วใครที่ติดตามการเมืองอย่างมีสติ คิดเป็นก็ย่อมรู้เท่าทัน เห็นเล่ห์เหลี่ยม รู้จักสันดานเป็นอย่างดีย่อมไม่ตกเป็นเหยื่ออยู่แล้ว

เมื่อตัดภาพมาที่ “ฉากสำคัญ”ในคิวเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะนำคณะรัฐมนตรีเข้ารดน้ำดำหัว เนื่องในวันสงกรานต์ แต่ความหมายแท้จริงก็คือ “ภาพทางการเมือง” สื่อถึงการ “ปรองดอง” ระหว่าง “ไพร่กับอำมาตย์” และที่น่าจับตามองก็คือในบรรดารัฐมนตรีที่ร่วมคณะจะมีชื่อของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯไปยืนนอบน้อมอยู่ด้วยหรือไม่ แม้ว่าด้วยชื่อชั้นไม่ได้มีความหมายเพราะเป็นแค่เด็กๆในสภาโจ๊ก แต่ในเมื่อติดอยู่ในกลุ่มคณะรัฐมนตรีก็ต้องรอดูว่าจะมีคำอธิบายอย่างไร เพราะที่ผ่านมาในฐานะหัวโจกได้รับคำสั่งให้ด่าให้ป่วน พล.อ.เปรม ด้วยถ้อยคำหยาบคายมาตลอด แม้กระทั่งเคยนำม็อบไปด่าถึงหน้าบ้านสี่เสาฯ ตั้งแต่สายยันค่ำ จะตีหน้าอย่างไร

ดังนั้น แม้ว่าการเข้าพบ พล.อ.เปรม ในครั้งนี้ดูแล้วไม่ต่างจากการ “จัดฉาก” เล่นละครตบตา แต่ถ้าพิจารณากันอย่างรู้ทันแล้วคนทั่วไปก็ไม่ควรไปตื่นเต้น แห่ตาม แต่ที่น่าสนใจก็คือบรรดาคนเสื้อแดงต่างหาก โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสีย หลายคนยังติดคุกเพราะหลงเชื่อในคำยุยงว่าอำมาตย์เป็นต้นเหตุ ทำลายประชาธิปไตย ทำลายความยุติธรรม ทำลายคนดีอย่าง ทักษิณ จึงต้อง “ทำสงครามไพร่โค่นอำมาตย์” จะรู้สึกอย่างไร จะเสียสละกันดื้อๆ โดยที่ไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ใครคือคนสั่งฆ่าอย่างนั้น หรือเมื่อมีคำสั่งหยุดก็ต้องหยุดอย่างนั้นหรือ

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล คงไม่จบง่ายๆ มั่วๆ อย่างที่ ทักษิณ กำลังคาดหวังเอาไว้ เพราะเชื่อว่าสถานการณ์มันพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้แล้ว ที่สำคัญสังคมกำลังตื่นตัว หูตาสว่าง และที่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นมาสาเหตุมันก็มาจากความเห็นแก่ตัวของเขาเอง ทุกอย่างมันกำลังประจานออกมาให้เห็นเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องมีใครไปทำอะไร!!






โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2555 08:02 น.

ผอ.สำนักธรณีวิทยาฯ ยันภูเก็ตไม่จมแน่แผ่นดินไหวแรงสุดไม่เกิน 5 ริกเตอร์

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผอ.สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมฯ ยืนยันภูเก็ตไม่จมแน่นอน ระบุแผ่นดินไหวจุดศูนย์กลางที่ภูเก็ตแรงสุดไม่เกิน 5 ริกเตอร์ ย้ำคนภูเก็ตทำตัวปกติอย่าตื่นตระหนก

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเติมตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา และอุปสรรคกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 เม.ย และวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เข้าร่วม โดยทางจังหวัดภูเก็ตได้เชิญนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี มาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องแผ่นดินไหวด้วย

นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี (เสื้อเขียว)


โดยนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่าเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น มีสึนามิเกิดขึ้นประมาณ 20 ซม. สาเหตุที่สึนามเกิดแค่ 20 ซม. เนื่องจากแผ่นดินไหวที่เกิดขั้นนั้น เกิดจากการมุดตัวของเปลือกโลกในแนวนอน แต่เหตุสึนามิถล่มเมื่อปี 2547 เกิดจากการมุดตัวในแนวดิ่งทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนกรณีเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ตึกสูงจะไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนบ้านชั้นเดียวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และปัญหาที่ตามมาหลังเกิดแผ่นดินไหวคือ อาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง

สำหรับเหตุแผ่นดินไหวที่ภูเก็ตมีความแตกต่างจากที่อื่น ลักษณะอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นเหมือนสปริงที่มีการกระตุก ทำให้ความแรงของแผ่นดินไหวมีลักษณะขึ้นลงตลอดเวลา จากการกระตุกขึ้นลงของการสั่นสะเทือน ทำให้ประชาชนหวาดผวามากขึ้น แต่ความแรงของแผ่นดินไหวได้ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของประชาชนเพิ่มเติม ยกเว้นบ้านที่ได้รับความเสียหายอยู่แล้วทำให้รอยแยกกว้างขึ้น สำหรับลักษณะแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในภูเก็ตนั้นพบว่า อาฟเตอร์ช็อกจะเกิดนานกว่าที่อื่น ที่เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นตามมาประมาณ 7 วัน ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ลักษณะของแผ่นดินไหวที่ภูเก็ตคาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 14 วันจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ภาพจุดเกิดแผ่นดินไหวที่บริเวณเกาะสุมาตรา


นายเลิศสิน กล่าวต่อไปอีกว่า ปัญหาที่เกิดตามมาหลังจากเกิดแผ่นดินไหว คือเรื่องของข่าวลือในทางร้ายๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ขอยืนยันว่าจังหวัดภูเก็ตจะไม่จมจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน คนที่ปล่อยข่าวลือต้องการที่จะปั่นราคาที่ดินในภูเก็ตถูกลงหรือเปล่า เพื่อที่นายทุนจะได้เข้ามากว้านซื้อเพื่อเก็งกำไร ตนเชื่อมั่นว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบนเกาะภูเก็ตจะเป็นเพียงแผ่นดินไหวขนาดเล็กเท่านั้น ความแรงไม่เกิน 5 ริกเตอร์ สำหรับแผ่นดินไหวที่ภูเก็ตนั้นเกิดจากแขนงรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยเท่านั้น เพราะรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยจริงๆไม่ได้พาดผ่านบนเกาะโดยตรง

สำหรับเกาะภูเก็ตนั้น จากการศึกษาพบว่า มีฐานเป็นหินแกรนิตขนาดกว้าง มีฐานรากอยู่ลึกถึง 27 กิโลเมตร ต่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ หรือมีระเบิดปรมณู ก็ไม่จมแน่นอน ร่วมทั้งที่มีนักวิชาการบางคนออกมาพูดเรื่องของภูเขาไฟในทะเลใกล้กับเกาะภูเก็ตนั้น เชื่อว่าถ้าภูเขาไฟระเบิดก็ไม่ส่งผลกระทบถึงเกาะภูเก็ตเพราะคลื่นจะใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตราอีก

นายเลิศสิน กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของประชาชนชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ขอให้ทำตัวปกติ และหาความรู้เพิ่มเติมว่าจะทำอย่างไรเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะมีการให้ความรู้อยู่แล้ว เช่น ในส่วนของคนที่อยู่บนอาคารสูงเกินสี่ชั้น เวลาเกิดแผ่นดินไหวก็ให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยอย่างวิ่งหนีลงมาในช่วงที่แผ่นดินกำลังไหว เพราะอาจจะได้รับบาดเจ็บจากการพลัดตกได้ และหลังจากแผ่นดินไหวสงบลงก็ให้รีบออกจากอาคารไปอยู่ในที่โล่งแจ้ง และข้อปฏิบัติต่างๆ ที่มีการแนะนำกันอยู่แล้ว ที่สำคัญให้ใช้สติอย่าแตกตื่น อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่เกาะภูเก็ตจะจม





โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 เมษายน 2555 17:38 น.

“วงศ์สวัสดิ์” แหยง! เลิกส่งทายาทรักษาเก้าอี้ ผวาโกงทั้งโคตร


ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย สั่งห้าม ส.ส.ลาออกเพื่อลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นอีก หลังพ่ายยับศึกเมืองปทุมฯ ครอบครัววงศ์สวัสดิ์ เข็ด ไม่กล้าส่งทายาทลงรักษาเก้าอี้ กลัวถูกศาลชี้โกงทั้งตระกูล แย้มมีคนเสียบแทน “ชินณิชา” แล้ว

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทย ว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.ปทุมธานี และการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี ที่ปรากฏว่า ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยแพ้ทั้ง 2 สนาม โดยได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุการแพ้การเลือกตั้ง ว่า ไม่ได้เกิดจากคะแนนความนิยมของพรรคและรัฐบาลตกต่ำลงแต่อย่างใด

นายพร้อมพงศ์ ยังอ้างถึงผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.54 ซึ่งว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี อดีต ส.ส.เขต 5 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ได้ 4.9 หมื่นคะแนน ขณะที่ นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 3.4 หมื่นคะแนน จะเห็นได้ว่าคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ลดลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทั้งนี้ สาเหตุที่แพ้ชนะกันเพียง 3 พันคะแนนนั้น มาจากประชาชนออกมาใช้สิทธิน้อย และอาจเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต ทางพรรคได้ออกมาตรการห้ามไม่ให้ ส.ส.ลาออกเพื่อไปสมัครเลือกตั้งลักษณะนี้อีก แม้จะมีสิทธิทางกฎหมายก็ตาม และหากสมาชิกคนใดไม่ทำตามก็จะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งอีก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อภาพรวมของพรรคเพื่อไทย สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นกรณีศึกษาและเป็นบทเรียนที่ต้องกลับมาปรับปรุงการดำเนินการของพรรค

ส่วนการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ... พ.ศ. ... วาระที่ 2 นั้นที่จะประชุมต่อในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.) นั้น นายพร้อมพงศ์ เปิดเผยว่า ทางพรรคได้วางหลักเกณฑ์ในการอภิปรายและกำชับให้สมาชิกของพรรคอยู่เป็นองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการประชุมที่ยืดเยื้อแต่ขอให้อดทน และทำให้ประชาชนเห็นข้อดีข้อเสียจากการเสนอแนะของทุกฝ่าย รวมทั้งทำให้เห็นว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการรวบรัด มัดมือชก เราเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์สูงสุดของประชาชน เป็นการวางกติกาและปรับโครงสร้างของประเทศใหม่เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

ขณะที่ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางครอบครัววงศ์สวัสดิ์ได้แจ้งความประสงค์ต่อพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจนว่า ไม่ประสงค์ที่จะส่ง นายยศธนัน วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายและบุตรสาวของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แทน น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ภายหลังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.ชินณิชา พ้นสภาพ ส.ส.กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ แต่จะคอยให้กำลังใจผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย

“ส่วนการวางตัวผู้สมัคร ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจลงสมัครในนามพรรคแล้ว แต่ต้องรอการอนุมัติจากกรรมการบริหารพรรค โดยจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความชัดเจนในการเลือกตั้งซ่อม ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ลงในนามพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นหนึ่งในทีมของ น.ส.ชินณิชา อายุประมาณ 40 ปี ปัจจุบันทำงานอยู่ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่” ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว

กรณีที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นายกฯ และคณะรัฐมนตรีจะเข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นการสร้างภาพเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้กลับบ้านว่า ตนอยากฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ตักเตือนนายชวนนท์ อย่ามาทะลึ่งในเรื่องของผู้หลักผู้ใหญ่ ควรที่จะให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของ พล.อ.เปรมมากกว่านี้

“นายชวนนท์ เป็นใคร เหตุใดถึงไม่เคารพการตัดสินใจของ พล.อ.เปรม เข้ามาจุ้นจ้านเรื่องนี้ได้อย่างไร การรดน้ำดำหัวเป็นเรื่องธรรมดาของประเพณีไทยที่ผู้น้อยเคารพต่อผู้ใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์อย่ามองเรื่องการรดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม เป็นเรื่องการเมือง และเดือดร้อนตรงไหนกับการที่มีการแสดงไมตรีจิตต่อกัน ทำเหมือนจะเป็นจะตายให้ได้กับเรื่องนี้ หากอิจฉาก็ไปขออนุญาตเข้าไปรดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม ก็ได้ หากท่านอนุญาต ไม่มีใครห้าม” ร.ท.หญิง สุนิสา กล่าว





โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 เมษายน 2555 19:17 น.

กรรมหนา! ตระกูลชินวัตรลุ้นระทึกต่อเนื่อง 5 คดีจ่อคอหอย


เปิดวิบากกรรมวงศ์ญาติตระกูลชินวัตร แม้ถูกศาลฟันผิดฐานเลี่ยงภาษี-ซื้อที่ดินรัชดา-ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน ล่าสุดเชือด “ชินณิชา” อาจไม่ใช่คดีสุดท้าย ตัวเป้ง “นช.แม้ว” ยังต้องเผชิญวิบากกรรมอีกอย่างน้อย 4 คดี ด้านน้องสาวไม่น้อยหน้าแจ้งบัญชีเท็จคดีอยู่ในมือ ป.ป.ช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักข่าวอิศรา ได้จับประเด็นกรณีที่ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ (หลานสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา พร้อมกับจำคุก 2 เดือน ปรับอีก 4,000 บาท (แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี) โดยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา

ตั้งเป็นประเด็นคดีดังกล่าวอาจไม่ใช่คดีสุดท้ายที่คนในวงศ์วานว่านเครือชินวัตรต้องเผชิญ เนื่องจากยังมีคดีที่เกี่ยวพันกับมารดาบังเกิดเกล้าของ น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ จ่อคออยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีก 1 คดี

นั่นก็คือ กรณี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ) ถูกกล่าวหาปกปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและส่อร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.ประชาธิปัตย์ เป็นผู้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เมื่อปี 2549

คดีนี้นางเยาวภาถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของหมู่บ้านชินณิชาวิลล์ ย่านถนนแจ้งวัฒนะ(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเบเวอร์รี่ฮิลล์) มูลค่า 250 ล้านบาท และนอกจากนี้บุตรชายและบุตรสาว 3 คนถูกตรวจสอบพบว่าเป็นเจ้าของหุ้นมูลค่ากว่า 1.3 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี นายเมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนเคยเรียก น.ส.ชินณิชามาสอบข้อเท็จจริง เจ้าตัวรับว่าเป็นเจ้าของบ้านหรูร่วมกับพี่ชายช่วยกันซื้อไว้ เอาไปจำนองกับสถาบันการเงิน ช่วยกันผ่อนชำระ โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจากนายสมชายและนางเยาวภา บิดาและมารดาแต่อย่างใด ส่วนกรณีถือครองหุ้นเกิดจากทำมาหากินตั้งแต่เรียนหนังสือ หุ้นในเครือเอ็มลิงค์จำนวนหลายร้อยล้านบาท แม่ยกให้และมีเงินปันผลปีละนับสิบล้านบาท ซึ่งล่าสุดคดีนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

ก่อนหน้านี้มีคดีที่คนตระกูลชินวัตร ดามาพงศ์ และบริวาร รับวิบากกรรมไปแล้ว 3 คดี ได้แก่

1. คดีซื้อที่ดินรัชดาภิเษก อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน กรณีคุณหญิงพจมานประมูลซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจในการกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ จึงไม่สามารถทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐได้ ซึ่งรวมถึงคู่สมรสได้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลา 2 ปี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2551

2. คดีเลี่ยงภาษี 546 ล้านบาท อัยการสูงสุดเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป คุณหญิงพจมาน ชินวัตร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นางกาญจนาภา หงษ์ เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับในความผิดฐานร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด จำนวน 546 ล้านบาท จากหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้น ซึ่งมีมูลค่า 738 ล้านบาท ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ให้จำคุกนายบรรณจน์ 2 ปี แต่ให้รอการลงอาญา 1 ปี ปรับ 100,000 บาท ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน และนางกาญจนาภา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2554 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกนายบรรณพจน์และคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 1-2 คนละ 3 ปี และให้จำคุกนางกาญจนาภา เป็นเวลา 2 ปี

3. คดีร่ำรวยผิดปกติจากการขายหุ้นชินคอร์ป 7.6 หมื่นล้านบาท ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ 46,373,687,454.70 บาท เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553

นอกจากนี้ มีคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องเผชิญอีกอย่างน้อย 4 คดี คือ

1. คดีหวยบนดิน (ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551

2. คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ (หมายจับศาลฎีกาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2551

3. คดีแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต (หมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม.9/2551 )

4. คดีก่อการร้าย คดีอาญาของศาลอาญา หมายจับเลขที่ 10862/2553

ในจำนวนคดีทั้งหมดที่ พ.ต.ท.ทักษิณเผชิญ มีคดีซุกหุ้นภาคแรกที่หลุดข้อกล่าวหาในศาลรัฐธรรมนูญแบบเฉียดฉิว 8 ต่อ 7 เสียง แต่คดีข้างต้นจะปรากฏผลตอนจบอย่างไร? สาวกและคนชัง คงต้องลุ้นกันต่อไป



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2555 05:20 น.

ทองประกายแสด (ตอนที่30 ตอนจบ ตอนอวสาน) วันที่ 23 เมษายน 2555

ตัวอย่าง ทองประกายแสด (ตอนที่30 ตอนจบ ตอนอวสาน) วันที่ 23 เมษายน 2555












ดอกโศก ตอนที่ 5ถึงตอนที่9


ละครดอกโศก ทางช่อง 5

ละครเรื่อง ดอกโศก บทประพันธ์ : ศรีทอง ลดาวัลย์
ละครเรื่อง ดอกโศก บทโทรทัศน์ : ศัลยา
ละครเรื่อง ดอกโศก กำกับการแสดง : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง ดอกโศก ผลิต : บ. เอ็กแซ็กท์ – ซีเนริโอ
ละครเรื่อง ดอกโศก แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง ดอกโศก ออกอากาศทุกวัน จันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทาง ททบ. 5
ละครเรื่อง ดอกโศก ออกอากาศตอนแรก เริ่มวันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

รายชื่อนักแสดงละคร ดอกโศก
ดอกโศก : ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ แสดงเป็น อัศนัย
ดอกโศก : โสภิตนภา ชุมภาณี แสดงเป็น ปรียากมล
ดอกโศก : ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ แสดงเป็น ดอกโศก
ดอกโศก : อรรค นิมิตรชัย แสดงเป็น ภักดิ์ภูมิ
ดอกโศก : เมทินี กิ่งโพยม แสดงเป็น เพ็ญพักตร์
ดอกโศก : แอริน ยุกตะทัต แสดงเป็น เพ็ญตระการ
ดอกโศก : มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น สุดสวย
ดอกโศก : ปวีณา ชารีฟสกุล แสดงเป็น สมใจ
ดอกโศก : เกรียงไกร อุณหะนันท์ แสดงเป็น สุดเขต
ดอกโศก : จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น มิสซิสเบนส์
ดอกโศก : เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล แสดงเป็น ตระกูล
ดอกโศก : กันต์ดนย์ อะคหแซน แสดงเป็น เอ็ดดี้
ดอกโศก : ปฎิภาณ หล่อเสถียร แสดงเป็น ป้อม
ดอกโศก : กรวรรณ สุทธิวงษ์ แสดงเป็น ฉัตรทอง
ดอกโศก : ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร แสดงเป็น อ้น
ดอกโศก : อิษฎ์อาณิก อินทรสูตร แสดงเป็น โอ๋
ดอกโศก : อริสรา วงษ์ชาลี แสดงเป็น สมปอง
ดอกโศก : กิตติพงศ์ ตันติชินานท์ แสดงเป็น สมหมาย
ดอกโศก : กลศ อัทธเสรี แสดงเป็น ตา
ดอกโศก : รสริน จันทรา แสดงเป็น คุณนายประดับ
ดอกโศก : ณัฎฐพงษ์ ชาติพงศ์ แสดงเป็น หมื่น

เรื่องย่อ ละครดอกโศก
พลเอกสุดเขต รัตนชาติพัลลภ (เกรียงไกร อุณหะนันท์) พบว่าเด็กหญิงขายหนังสือพิมพ์ ณ สี่แยกแห่งหนึ่งที่มาเป็นลมล้มอยู่ข้างรถ คือ หลานที่เกิดจากลูกสาวของสมใจ (ปวีณา ชารีฟสกุล) เมียคนใช้ของตนที่หนีออกจากบ้านไปเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว สุดเขตจะเอาหลานมาเลี้ยงแต่ ..

ดอกโศก ตอนที่ 5 ละครย้อนหลัง วันที่ 16 เมษายน 2555 1/4

ดอกโศก ตอนที่ 5 ละครย้อนหลัง วันที่ 16 เมษายน 2555 2/4

ดอกโศก ตอนที่ 5 ละครย้อนหลัง วันที่ 16 เมษายน 2555 3/4

ดอกโศก ตอนที่ 5 ละครย้อนหลัง วันที่ 16 เมษายน 2555 4/4


ดอกโศก ตอนที่ 6 ละครย้อนหลัง วันที่ 17 เมษายน 2555 1/4
YouTube Preview Image

ดอกโศก ตอนที่ 6 ละครย้อนหลัง วันที่ 17 เมษายน 2555 2/4
YouTube Preview Image

ดอกโศก ตอนที่ 6 ละครย้อนหลัง วันที่ 17 เมษายน 2555 3/4
YouTube Preview Image

ดอกโศก ตอนที่ 6 ละครย้อนหลัง วันที่ 17 เมษายน 2555 4/4
YouTube Preview Image


ดอกโศก ตอนที่ 7 ละครย้อนหลัง วันที่ 18 เมษายน 2555 (แบบเต็ม)

ดอกโศก ตอนที่ 7 ละครย้อนหลัง วันที่ 18 เมษายน 2555 1/4

YouTube Preview Image

ดอกโศก ตอนที่ 7 ละครย้อนหลัง วันที่ 18 เมษายน 2555 2/4

YouTube Preview Image

ดอกโศก ตอนที่ 7 ละครย้อนหลัง วันที่ 18 เมษายน 2555 3/4

YouTube Preview Image

ดอกโศก ตอนที่ 7 ละครย้อนหลัง วันที่ 18 เมษายน 2555 4/4

 YouTube Preview Image


ดอกโศก ตอนที่ 8 ละครย้อนหลัง วันที่ 19 เมษายน 2555 1/4

ดอกโศก ตอนที่ 8 ละครย้อนหลัง วันที่ 19 เมษายน 2555 2/4

ดอกโศก ตอนที่ 8 ละครย้อนหลัง วันที่ 19 เมษายน 2555 3/4

ดอกโศก ตอนที่ 8 ละครย้อนหลัง วันที่ 19 เมษายน 2555 4/4


ดอกโศก ตอนที่ 9 ละครย้อนหลัง วันที่ 23 เมษายน 2555 1/4

ดอกโศก ตอนที่ 9 ละครย้อนหลัง วันที่ 23 เมษายน 2555 2/4

ดอกโศก ตอนที่ 9 ละครย้อนหลัง วันที่ 23 เมษายน 2555 3/4

ดอกโศก ตอนที่ 9 ละครย้อนหลัง วันที่ 23 เมษายน 2555 4/4





คำถามจาก “แก้วสรร อติโพธิ” หรือคนไทยจะยอมให้ “ทักษิณ” ข่มขืนประเทศซ้ำซาก?


แก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการ คตส.


ASTVผู้จัดการออนไลน์ - หากความพยายามฟอกผิดและล้มล้างคดี คตส.เอาคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดอย่างไร้มลทินเป็นผลสำเร็จ อาจสะท้อนว่าคนในชาติกำลังนอนหลับอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว และยินยอมให้ “ทักษิณ” ข่มขืนประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่คิดจะตื่นขึ้นมาขัดขวาง เช่นที่ ‘แก้วสรร อติโพธิ’ อดีตคณะกรรมการ คตส. ตั้งคำถามและเปรียบเทียบสถานการณ์ของสังคมไทยในโมงยามนี้อย่างน่าสนใจ

เมื่อการเมืองอยู่เหนือกฎหมาย

“ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องของการเมืองอยู่เหนือกฎหมาย ทั้งที่มันควรจะเดินไปพร้อมกันทั้งสองอย่าง นั่นคือ การเมืองต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ต้องใช้อำนาจที่ได้มาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่ถ้าอาศัยเสียงข้างมากแล้วคุณจะไปออกกฎหมายว่าให้ไปจอดรถในที่ห้ามจอด ทำแบบนั้น ทำได้ไหม? ทำไม่ได้ เพราะมันไปก้ำเกินสิทธิพื้นฐานของชาวบ้าน

“ขณะเดียวกัน แม้คุณจะได้เสียงข้างมากแต่คุณก็ต้องเข้าใจว่าคุณเป็นแค่ผู้แทนราษฎร คุณต้องนำอำนาจไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ถ้านำอำนาจไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน คุณก็ต้องติดคุก แม้จะกวาดเสียงในสภาหมดก็ตาม ถ้าคุณทรยศประชาชนคุณก็ติดคุกได้ ดังนั้น การออกนโยบายเพื่อบ้านเมืองก็ต้องมีส่วนสำคัญ เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ อะไรที่ไม่ใช่เรื่องการเมืองก็ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ส่วนที่เสียงข้างมากจะเข้ามายุ่งไม่ได้คือเรื่องกฎหมาย ซึ่งคราวนี้ถ้าเขาทำได้สำเร็จนี่มันก็หมายความว่าเราจะอยู่กันอย่างไม่มีกฎหมาย กลายเป็นว่าเมื่อมีเสียงข้างมากแล้วก็ทำอะไรได้ทุกอย่าง อีกหน่อยมันก็กลายเป็นการปกครองแบบเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยก็ตาย ก็ตกรถไฟไป

พรรคเพื่อไทยเขาเป็นเสียงข้างมาก จะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น พวกเขาเผาเมืองมาเขาก็เขียนให้มันไม่มีโทษได้ เจ้านายเขาคอร์รัปชัน เขาก็บอกว่าพิจารณาคดีไม่ได้ เอาใหม่ อันนี้ในหลักกฎหมายเขาไม่มีหรอกครับ

เขาจะดูกันที่กระบวนการ ว่าคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมหรือเปล่า คตส.จับคุณทักษิณไปกดน้ำเพื่อสารภาพหรือเปล่า ไปดักฟังคุณทักษิณหรือเปล่า ถ้า คตส.ไม่ได้กระทำการอย่างที่ว่ามานี้ การไต่สวนก็เป็นไปโดยถูกต้อง มันก็มาจากกฎหมายที่ใช้กับคนทั่วไป ไม่ใช่ว่าจะใช้กับคุณทักษิณโดยเฉพาะเพียงผู้เดียว มันเป็นกฏหมายที่มาจากป.ป.ช.ที่มีอยู่แล้ว แล้วก็มาขึ้นศาลธรรมดา ความผิดที่มีก็เป็นความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามปกติ คือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควร ซุกหุ้น แล้วก็นำอำนาจรัฐบาลมาใช้เอื้อประโยชน์บริษัทตนเอง แบบนี้ก็ต้องโดนยึดทรัพย์ มันไม่มีขั้นตอนใดในกระบวนการตรวจสอบของ คตส.ที่มีอะไรเสียหาย ส่วนเรื่องที่ว่า คตส.มาจากคณะรัฐประหารนั้น อันที่จริงเขาเพียงตั้งคณะกรรมการเฉพาะขึ้นมาเร่งคดี ไม่ใช่เรื่องศาลเตี้ยอย่างที่เข้าใจผิดกัน

เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องของคนทำผิดที่แพ้ ถูกจับได้แล้วก็ไม่ยอมรับผิด ถ้าคุณยอมให้เขาทำได้อย่างที่ต้องการ หรือเชื่อที่เขาอ้างว่านิรโทษกรรมแล้วยังดำเนินคดีได้อีก ก็บอกเลยว่ามันไม่สามารถดำเนินคดีได้หรอก เพราะพยานก็หนีหมดแล้ว ไม่มีใครเขาพูดอยู่แล้วล่ะ พยานหลักฐานหนีหมดแล้ว ไม่มีหรอกครับการดำเนินคดีทางอาญาที่จะสอบสวนซ้ำ

จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับรัฐประหารอะไรหรอก มันก็แค่เรื่องไม่ยอมให้เจ้านายตัวเองโดนยึดทรัพย์แค่นั้นเอง แล้วจึงหาข้ออ้าง อย่างกระบวนการของ คตส.นี่มีตรงไหนที่ไม่ยุติธรรมบอกมาสิ ผมไม่เห็นเขาชี้แจงได้เลย”

ครั้นถามว่าถ้าการล้มคดี คตส.ทำได้จริงจะสะท้อนถึงอะไรบ้าง แก้วสรรตอบว่า

“ถ้าเขารุกไล่ไปถึงการต้มยำชำเรารัฐธรรมนูญ ถ้าชัยชนะเป็นของเขา ถ้าเขาทำได้ ศาลก็ไม่เหลือหรอก กฎหมายไม่เหลือ ศาลก็ไม่เหลือ ทุกอย่างพังหมด”

คตส.กับงานที่ไม่ถูกสานต่อ

นอกจากนั้น ในฐานะอดีตคณะกรรมการ คตส. แก้วสรรยังมีมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของ คตส. โดยเฉพาะบทบาทอันว่าด้วยการถ่วงดุลอำนาจการเมืองหรือความพยายามในการต้านทานคอร์รัปชัน

แก้วสรรมองว่า คตส.เปรียบเหมือนผู้ใช้กฎหมายให้นักการเมืองกับเจ้าหน้าที่รัฐเขากลัวเกรง เพื่อให้ผู้มีอำนาจเหล่านั้นใช้อำนาจโดยสุจริต คตส.จึงคล้ายเป็นภาพลวงหรือตัวล่อในการปราบคอร์รัปชัน โดยในความเป็นจริงศาลจะต้องเป็นหัวหอก ซึ่งคนที่จะป้อนคดีไปถึงศาลก็ต้องทำคดีอย่างรวดเร็ว เกาะติด ไม่ใช่ประชุมไปวันๆ ไม่เอาจริงเอาจัง จนเมื่อส่งคดีไปให้ศาลแล้วศาลก็ยกฟ้อง

“มันต้องลุยกันจริงๆ แล้วให้ได้เรื่องได้ราว ดังนั้น ผมว่า คตส.เป็นตัวอย่างของความพยายามที่เอาจริงเอาจังกันจริงๆ อย่างคดียึดทรัพย์นี่ไม่ใช่ง่ายๆ นะครับ กว่าจะลากกันออกมาได้ว่าซุกหุ้นหรือไม่ซุก ต้องตามกันนาน

หรืออย่างเงินในโครงการเอื้ออาทรนี่ตามกันไปถึงขั้นว่าให้เงินผู้รับเหมาไปแล้ว 400 ล้านบาท แล้วเงินวิ่งกลับมาที่รัฐมนตรีได้อย่างไร แล้วที่ผู้รับเหมาเขายอมรับว่าส่งเงินให้รัฐมนตรีนั้น ที่เขายอมรับเพราะเราต้องมีหลักฐานไปแสดงจนเขาเถียงไม่ได้ แล้วเราก็ต้องถามเขาว่าระหว่างการโดนข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานกับเป็นพยาน คุณจะเลือกอย่างไร คือ คตส.ต้อง ‘มือถึง’ ขนาดนั้นจึงจะนำพยานไปจับรัฐมนตรีวัฒนา เมืองสุข ได้ แล้วถ้าพิจารณาคดีใหม่ พยานพวกนี้ก็เปิดหนีหมดสิ วัฒนาก็ลอยตัว ทักษิณก็ลอยตัวไปหมด ดังนั้น คตส.จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามที่จะเอาจริงเอาจังในการปราบคอร์รัปชัน”

วาทกรรม ‘ปรองดอง’ โฆษณาชวนเชื่อเพื่อคนคนเดียว

ใช่เพียงแสดงความเห็นต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน หรือการรู้ทันนักการเมืองที่มุ่งอำนาจเพื่อรับใช้ประโยชน์ส่วนตน แต่แก้วสรรยังเสนอมุมมองในประเด็นเรื่องการปรองดองที่พรรคเพื่อไทยและบรรดาลิ่วล้อของทักษิณนำมาใช้โหมโรงเพื่อจุดกระแสพานายใหญ่กลับบ้าน โดยแก้วสรรวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาและชวนให้ขบคิดว่า แท้ที่สุดแล้วความปรองดองก็เป็นเพียงวาทกรรมที่บรรดาลิ่วล้อนำมาใช้เพื่อจะฟอกความผิดให้นายของตัว

“การปรองดองกันนี่มันเรื่องอะไรล่ะ? มันไม่ใช่เรื่องผิวขาว-ผิวดำซัดกัน ไม่ใช่เรื่องคอมมิวนิสต์ ตอนนี้ชีวิตประจำวันในสังคมก็ปกติ มันไม่ปรองดองตรงไหน? มันเป็นแค่เรื่องที่คุณจะเอาเจ้านายคุณกลับมาให้ได้ คุณจะกลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้ คุณก็เลยไล่จะแก้รัฐธรรมนูญ ทำทุกอย่าง จะแก้รัฐธรรมนูญใหม่ จะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือเจ้านายของคุณ ถ้าเราปล่อยให้เขาทำได้ มันก็เหมือนเขามาฉุดลูกสาวของคุณแล้วแห่ขันหมากมาสู่ขอ ขอแต่งงานด้วย มันเรื่องอะไรกัน

ผมเห็นว่าเรื่องปรองดองเป็นเรื่องที่เขาข่มขืนเราซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมยังมองไม่เห็นเลยเรื่องความขัดแย้งที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นความขัดแย้งที่เป็นความคิดความอ่านอยู่ตรงไหน ถ้าจะพูดเรื่องปรองดองนั้น จริงๆ แล้วถ้าเป็นเรื่องของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ใช่ เขาต้องการเป็นอิสระ เป็นตัวตนเขา แล้วเราไม่ยอม กลายเป็นความขัดแย้ง แต่ที่พรรคเพื่อไทยบอกจะปรองดองนี่แล้วบ้านเมืองมันมีความขัดแย้งที่แท้จริงหรือเปล่า มันเป็นแค่เรื่องที่ทักษิณจะเถลิงอำนาจให้ได้ เสื้อเหลืองก็มาค้าน ทหารก็ปฏิวัติ แล้วเขาก็ดิ้นกลับมาอีกโดยใช้กำลังทำกับบ้านกับเมืองเสียหายยับเยิน แล้วจะนำอำนาจที่มีไว้เพื่อส่วนรวมมาช่วยเหลือในเรื่องส่วนตัวอีก มันปรองดองอะไรที่ไหน มันเป็นเรื่องที่เขาจะมาข่มขืนประเทศซ้ำแล้วซ้ำอีก

มันเหมือนกับเขาพรากลูกสาวคุณไป แล้วแห่ขันหมากมาสู่ขอ คุณจะยกลูกสาวให้เขาไปหรือจะให้ปืน มันเห็นชัดจะตายไปคุณจะยอมโจรหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องความขัดแย้งทางแนวความคิดนั่นก็เรื่องหนึ่ง เช่นพวกพี่น้องมุสลิม หรือพี่น้องที่เขาไปเป็นคอมมิวนิสต์ เราเข้าใจเขาไหม ถ้าวันหนึ่งต่างฝ่ายจะมาบอกว่า ‘เออ! เราเกินไป กูเกินไป มึงก็เกินไป เรามาเลิกแล้วต่อกันซะ กลับมาอยู่กันเหมือนเดิม’ มันต้องมีความขัดแย้งเป็นตัวเป็นตน เป็นแนวความคิดที่ชัดเจนแบบนี้ จึงจะเป็นความขัดแย้งที่ต้องหาทางปรองดอง ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายเป็นโจรจะมาปล้นบ้าน แล้วบอกว่าเป็นเรื่องของแนวความคิดที่แตกต่าง แล้วจะขอกลับมาปรองดอง มันไม่ใช่”

ท้ายที่สุด อดีต คตส.อย่างแก้วสรร ไม่ลืมฝากแง่คิดถึงคนในสังคมไทยว่า

“ถ้าคราวนี้เรายอมให้เขาทำกับประเทศได้ ก็ไม่ต้องพูดกันแล้วล่ะ คนในสังคมมันไม่ได้ตื่นแล้ว มันหลับสนิท หรืออาจจะตื่นขึ้นมาแบบงัวเงียแล้วก็นอนต่อ แล้วก็บอกมาปรองดองกันเถอะ ดูอย่างขุดลอกคูคลองแม่น้ำ งบเป็นหมื่นล้าน เขาเอาไป 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วพวกคุณทำอะไรกันอยู่ นอนต่อไปเถอะ

ถามสังคมไทยแค่นี้แหละ ถ้าเขาฉุดลูกสาวคุณไปแล้วยกขันหมากมาขอ คุณจะยอมไหม คุณเป็นเจ้าของประเทศหรือเปล่า คุณจะยอมให้เขาเอาประเทศไปไหม ถ้ายอมก็นอนหลับต่อไปเถอะ ประเทศเรายังมีเจ้าของประเทศอยู่หรือเปล่า หรือมีแต่คนนอนหลับ คุยกันแบบกระแอมกระไอ ซุบซิบ หวาดกลัวเขาไปหมด แล้วสุดท้ายประเทศไทยก็กลายเป็นฟิลิปปินส์ เป็นไนจีเรียไป”




โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 เมษายน 2555 11:29 น.